สำหรับการที่จะฟ้องกลับตำรวจชุดดังกล่าวนั้น ตนเองกำลังปรึกษาทนายว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปอีก แต่ในใจต้องการฟ้องกลับ เพราะทำให้ตนเองต้องสูญเสียอะไรไปหลายๆอย่าง พร้อมวิงวอนให้ประชาชนทุกคนลุกขึ้นสู่หากโดนตำรวจบางคนที่มีพฤติกรรมไม่ดี พร้อมอยากให้ทาง ผบ.ตร.ดำเนินการกับพวกตำรวจนอกรีดให้หมดไปจากองค์กร เพราะตำรวจพวกนี้ ซึ่งมีเพียงไม่มาก แต่กลับทำให้ตำรวจน้ำดี จำนวนมากต้องมาพลอยเสื่อมเสียไปด้วย
ด้านนางผ่องพรรณ บัวคลี่ใบ อายุ 45 ปี ภรรยา กล่าวว่า ตนเองเชื่อในความบริสุทธิ์ใจของสามีว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แม้ตลอดระยะเกือบ 1 ปีเต็มหลังเกิดเรื่อง ตนกับสามี ต้องขึ้นลงเพื่อไปรายงานตัว และไปให้ปากคำ ซึ่งทุกถ้อยคำ ทุกครั้งที่ถูกสอบปากคำ ก็ยังเป็นคำเดิมของคนบริสุทธิ์ใจจะเหมือนกันทุกครั้ง จนในวันนี้ก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่า สามีตนเองบริสุทธิ์ หลังจากที่ศาลได้อ่านคำพิพากษายกฟ้อง ทำให้ตนเองและสามีคลายวิตกกังวลไปอย่างมาก หลังเครียดที่ต้องเป็นผู้ต้องหาโดยไม่ได้กระทำความผิด
นางผ่องพรรณ ยังกล่าวว่า เชื่อว่าประชาชนทุกคนไม่ต้องการ มีเรื่องกับทางตำรวจหรอก เพราะเชื่อว่าไม่มีทางชนะได้ ซึ่งในวันนั้นทางตำรวจยังพยายามพูดให้สามีตนยอมรับ และจะให้จ่ายเงิน จำนวน 5000 บาท ซึ่งจ่ายไปวันนั้น ก็จบเรื่อง ไม่ต้องมาเสียเวลา และเสียค่าใช้จ่าย ที่เสียไปไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาทแล้ว แต่นั้นมันไม่ใช่ เพราะเราคือผู้บริสุทธิ์ ที่ต้องการความยุติธรรมและความถูกต้อง
และหลังจากถูกดำเนินคดีตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน2562ที่ผ่านมาได้สูญเสียโอกาสหลายอย่างโดยเฉพาะครอบครัวอยู่ในสถานะยากลำบาก เนื่องจากขาดรายได้หลักจากประกอบอาชีพขับรถสิบล้อได้เงินเดือนๆละ20,000กว่าบาท ปัจจุบันต้องลดชั้นไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เงินเดือนเพียง10,000บาท นอกจากนี้ ยังถูกยึดใบขับขี่สาธารณะไม่สามารถกลับไปประกอบอาชีพรับจ้างขับรถบรรทุกได้เหมือนเดิม" นายผ่องพรรณ กล่าว