ดร. อัสเบรียน วาร์วีค เรียด์ไทวด์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) ได้สร้างความเชื่อมั่นว่า "ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดที่สำคัญในการส่งออกแซลมอนนอร์เวย์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอยู่ตลอดแม้จะเกิดวิกฤตโควิด และจะยังคงเป็นเช่นนี้ไป เมื่อ 6-7 เดือนที่ผ่านมา แม้การบริโภคในร้านอาหารจะลดลงอย่างมาก แต่พฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปอย่างมากเช่นกันคือเกิดเทรนด์การซื้อแซลมอนนอร์เวย์จากซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อนำไปประกอบอาหารที่บ้าน โดยยอดซื้อนั้นสามารถชดเชยยอดการบริโภคในร้านอาหารที่ลดต่ำลงได้ อีกทั้งเรายังได้ทำกิจกรรมทางการตลาดในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้นเพื่อสร้างตัวตนทางออนไลน์ผ่านทางการร่วมมือกับสื่อและแคมเปญภาคธุรกิจค้าปลีกสู่ผู้บริโภค (B2C) เราตื่นเต้นที่จะได้เห็นพัฒนาการในตลาดประเทศไทยในช่วงหลังของปี 2563 และปี 2564"
มูลค่าการส่งออกอาหารทะเลจากยอร์เวย์จากต้นปีถึงปัจจุบัน (สิงหาคม 2563)
อุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ได้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยของอาหารและการป้องกันสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างรัดกุมที่สุดทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการเกิดวิกฤตโควิด เพื่อคงมาตรฐานการส่งออกอาหารทะเล ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของประเทศนอร์เวย์ มีการสื่อสารฉับไวกับหน่วยงานต่างๆ ธุรกิจอาหาร และผู้บริโภค อันรวมถึงการให้ข้อมูล ให้คำปรึกษาด้านโควต้าและสต็อค เพราะการเตรียมพร้อมและการประเมินนั้นสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการประมงและความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถให้ข้อมูลตามที่ผู้บริโภคต้องการได้
"หน้าที่และขอบเขตความรับผิดชอบของเราคือการส่งมอบอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณภาพให้กับประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก อุตสาหกรรมอาหารทะเลคำนึงถึงคุณภาพอันสูงสุดเพื่อคงความปลอดภัยของอาหารทะเลนอร์เวย์ พร้อมไปกับการคงไว้ซึ่งการผลิตอย่างยั่งยืน เรามีประสบการณ์การเลี้ยงแซลมอนอย่างประสบความสำเร็จมายาวนานถึง 50 ปี สะท้อนให้เห็นว่าประเทศนอร์เวย์มีเทคโนโลยีและความพร้อมที่จะตั้งรับกับสภาวการณ์ต่างๆ ช่วงวิกฤตเช่นนี้จำเป็นจะต้องมีความโปร่งใสและสื่อสารกับธุรกิจอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ผู้บริโภคไว้วางใจในอาหารทะเลนอร์เวย์" อัสเบรียนพูดเสริม