เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ร.ต.อ.สุธี ดาศรี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านบัว อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุคนถูกกระแสน้ำพัดจมหายพร้อมรถจักรยานยนต์ ที่บริเวณฝายน้ำล้นบ้านบุ ต.จรเข้มาก อ.ประโคนชัย จึงได้ประสานหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมจุด อ.ประโคนชัย และชุดประดาน้ำมูลนิธิกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมสถานบุรีรัมย์ ร่วมตรวจสอบและค้นหาผู้ที่ถูกกระแสน้ำพัดสูญหาย
ที่เกิดเหตุเป็นฝายน้ำล้นขนาดใหญ่ยาวประมาณ 50 เมตร มีน้ำล้นฝายสูงกว่า 25 เซนติเมตร กระแสน้ำไหลเชี่ยว จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่าผู้ที่ถูกกระแสน้ำพัดจมหาย คือ นายอุดร พลเทพ อายุ 60 ปี พร้อมกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า หมายเลขทะเบียน ขงฉ-833 ฉะเชิงเทรา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันลงงมค้นหานายอุดร ที่ถูกกระแสน้ำพัด โดยใช้เวลาในการงมค้นหานานกว่า 5 ชั่วโมง แต่ก็ยังไม่พบ เนื่องจากจุดเกิดเหตุกระแสน้ำไหลเชี่ยวและค่อนข้างลึก หน่วยกู้ภัยฯ จึงได้จุดธูปทำพิธีบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าที่เจ้าทางตามความเชื่อ จากนั้นใช้เวลาอีกประมาณ 10 กว่านาที จึงพบร่างนายอุดร อยู่ก้นฝายลึกเกือบ 10 เมตร พร้อมกับรถจักรยานยนต์
จากการสอบถามนางอัด พลเทพ อายุ 64 ปี ภรรยานายอุดร บอกว่า ช่วงเช้าหลังจากที่สามี ไปดูน้ำที่นาก่อนจะกลับเข้ามาบ้านและไปส่งหลานที่โรงเรียน ก็กลับมาเตรียมอุปกรณ์เพื่อออกไปหาปลา ตนก็บอกให้สามีกินข้าวก่อนแล้วค่อยออกไป แต่สามีบอกว่ายังไม่กินจะไปหาปลาที่ฝายน้ำล้นก่อนแล้วจะกลับเข้ามากินอีกที กระทั่งมีคนมาบอกว่าสามีถูกกระแสน้ำพัดรถจักรยานยนต์ของสามีขณะขับข้ามฝายน้ำล้น จมหายทั้งคนทั้งรถ ตนจึงรีบออกไปดู กระทั่งหน่วยกู้ภัยฯ เจอร่างไร้ลมหายใจสามีจมอยู่ใต้ฝาย ก่อนที่สามีจะจมน้ำเสียชีวิตเมื่อคืนตนก็รู้สึกผิดปกติ กระวนกระวายนอนไม่ค่อยหลับ ซึ่งปกติไม่เคยเป็นแบบนี้จึงคิดว่าน่าจะเป็นลางบอกเหตุ ก็เสียใจที่ต้องสูญเสียสามี