เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 3 ก.ย. 2563 ที่บริเวณอุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น ภายในบริเวณศาลหลักเมืองขอนแก่น แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที ประกอบด้วย นายอรรถพล บัวพัฒน์ นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง และนายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" แกนนำนักเรียนและนักศึกษาในเขต จ.ขอนแก่น ร่วมแถลงจุดยืนในการชุมนุมของกลุ่มขอนแก่นพอกันที ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าวแสดงจุดยืนต่อกรณีที่ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ส่งหนังสือถึงนายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ให้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจัดการชุมนุมสาธารณะใน 2 ข้อหลัก โดยอ้างชื่อผู้ร้อง คือ นางอำพร ไตรรัตน์ ชาวจังหวัดขอนแก่นที่อาศัยอยู่ใกล้กับบริเวณศาลหลักเมืองขอนแก่น คือ
1.ช่วยประสานขอความร่วมมือผู้ประสงค์ขอจัดการชุมนุมสาธารณะ ให้หลีกเหลี่ยงการใช้พื้นที่บริเวณศาลหลักเมือง เป็นสถานที่จัดกิจกรรมชุมนุม เนื่องจากศาลหลักเมืองขอนแก่น ถือเป็นสถานที่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจ เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนของชาวจังหวัดขอนแก่นและประชาชนทั่วไป
2.ให้มีการประชุมหารือเพื่อพิจารณาย้ายอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ตั้งอยู่ ณ บริเวณศาลหลักเมือง ไปตั้งไว้ ณ สถานที่ที่มีความเหมาะสม
โดยในระหว่างการแถลงข่าวมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง ที่ประจำอยู่โดยรอบบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
นายอรรถพล บัวพัฒน์ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที กล่าวว่า การแถลงข่าววันนี้เพื่อแสดงจุดยืนใน 3 ข้อหลัก คือ
1.เรียกร้องว่านางอำพร ไตรรัตน์ ผู้ร้องเรียนให้มีการย้ายอนุสาวรีย์ มีตัวตนจริงหรือไม่
2.ทางกลุ่มฯ ไม่ได้กระทำการดูหมิ่นศาลหลักเมืองตามที่ถูกกล่าวหา เพราะก่อนจะจัดการชุมนุมหรือกิจกรรมทุกครั้ง ทางกลุ่มจะมีฝ่ายเทวสัมพันธ์ในการเข้าไปกราบไหว้ขอขมาศาลหลักเมืองก่อนจัดกิจกรรมทุกครั้ง
และ 3.ทางกลุ่มฯ ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้มีการเคลื่อนย้ายอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่นอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ เอกสารหลักฐานที่ สภ.เมืองขอนแกน ส่งไปยังเทศบาลนครขอนแกน จากการได้รับร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมนั้น เป็นการเสนอเรื่องตามที่ได้มีการร้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ ดังนั้นจึงขอให้ผู้ที่ร้องเรียนนั้นได้มาพบกับกับผู้ชุมนุม มาพูดคุยกัน รวมทั้งให้การตรวจสอบว่าผู้ที่ร้องเรียนนั้นมีตัวตนจริงหรือไม่ ขณะที่การชุมนุมนั้นก็เป็นการดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย ตามสิทธิและเสรีภาพ
ดังนั้นเมื่อการชุมนุมที่ผ่านมาผู้ชุมนุมได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐทุกอย่าง ไม่มีการพูดถึงสถาบัน ดังนั้นเมื่อการชุมนุมโดยสันติวิธีที่ผู้ชุมนุมได้ดำเนินการมาที่วันนี้อำนาจรัฐได้มาใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง การชุมนุมต่อจากนี้คงต้องยกระดับให้มากขึ้น มีการกล่าวถึงบุคคลต่าง ๆ ให้มากขึ้น โดยเฉพาะสถาบันบนพื้นฐานของกฎหมาย และรอบประชาธิปไตย ซึ่งที่ผ่านมาแกนนำถูกตำรวจตั้งข้อกล่าวหาแล้ว 3 คน
โดยในวันที่ 10 ก.ย.นี้ มีการนัดหมายชัดเจนว่าแกนนำที่ได้รับหมายเรียกจาก สภ.เมืองขอนแก่น จะไปรายงาน เพราะเราทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย รักและเคารพกฎหมาย และการต่อสู้ทั้งหมดเป็นไปตามแนวทางการต่อสู้ตามระบอบประชาธิปไตยและกระบวนการยุติธรรมทั้งหมดจะต้องจบที่ศาล ซึ่งมีหมายเรียกที่ใด ก็จะมีการชุมนุมที่นั่น ทางกลุ่มก็จะกินจะนอนกันที่ สภ.เมืองขอนแก่น หรือหากแกนนำได้รับหมายเรียกจาก สภ.ใด ทั่วประเทศกลุ่มผู้ชุมนุมก็จะตามไปทุกที่
ขณะที่นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที กล่าวว่า หมายเรียกของทางเจ้าหน้าที่นั้นควรทำอย่างยุติธรรมและเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายไม่ใช่อยากจะเรียกใครก็เรียก ควรที่จะศึกษาว่าแกนนำคนใดหรือจะดำเนินคดีกับใครอย่าโป๊ะ มันจะสื่อถึงการทำงานของตำรวจที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ดังนั้นในวันที่ 10 ก.ย.ที่จะถึงนี้กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากจะไปปักหลักกันที่ สภ.เมืองขอนแก่น ในเวลา 09.00 น. เพื่อให้กำลังใจแกนนำที่ได้รับหมายเรียกทีเราทุกคนจะไปรายงานตัวและปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่การย้ายอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนั้นไม่เกี่ยวกับการชุมนุมเพราะอนุสาวรีย์ฯแห่งนี้ เราทุกคนจะไม่ทำลายเพราะเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการต้อสู่ตามระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นใครจะมาย้ายไม่ได้ หากมีใครจะย้ายก็จะต้องเจอดีกัน แกนนำและผู้ชุมนุมมานอนเฝ้าไม่ให้ใครย้ายไปไหนเพราะเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ที่ทุกคนรักและหวงแหน
ทั้งนี้ หลังการแถลงข่าวแล้วเสร็จ แกนนำฯ ได้ร่วมกันฉีกสำเนาเอกสารหนังสือร้องเรียนที่ส่งจาก สภ.เมืองขอนแก่น ไปถึงเทศบาลนครขอนแก่น รวมทั้งภาพ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมกับประกาศว่าจะยกระดับการชุมนุมหรือการจัดกิจกรรมให้มากขึ้น โดยอ้างว่าการจัดกิจกรรมที่ผ่านมา สภ.เมืองขอนแก่น เคยมาขอให้ผู้จัดกิจกรรมปราศรัยอยู่ในกรอบ โดยเฉพาะการขอให้ไม่พูดถึงสถาบันหลักของชาติ แต่เมื่อ สภ.เมืองขอนแก่น เล่นไม่ซื่อต่อไปนี้ทางกลุ่มก็จะไม่ขอทำตามที่ สภ.เมืองขอนแก่น เคยรับปากไว้ แต่ยืนยันว่าทางกลุ่มจะจัดกิจกรรรมและปราศรัยตามกรอบของกฎหมายอย่างแน่นอน