เนชั่นทีวี

ข่าว

"อนุทิน"ติดตามการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ

15 ส.ค. 2563 | supee

"อนุทิน"ติดตามการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ

แม่ฮ่องสอน - อนุทิน ชาญวีรกุล" พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามการดำเนินงานการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศยาน หรือ Sky doctor และเยี่ยมพบปะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ยาหอมจ่ายเงินให้อสม.ย้อนหลัง 500 บาท จำนวน 7 เดือน

นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามการดำเนินงานการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศยาน (Sky doctor) และเยี่ยมพบปะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยช่วงเช้าได้เป็นประธานเปิดโครงการอาสาสมัครสาธารณสุขหมอกประจำบ้านต้านภัยโควิด -19 พร้อมเยี่ยมพบปะกลุ่ม อสม.ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายในหอประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน 


"อนุทิน"ติดตามการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ


โดยนายอนุทิน ได้แจ้งต่อกลุ่ม อสม.ที่มาต้อนรับว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเงินช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านย้อนหลังให้จำนวน 500 บาท ต่อคนเป็นระยะเวลา 7 เดือน โดยตั้งแต่เดือนมีนาคม จนถึงเดือนกันยายน 2563 ทั้งนี้เพื่อเป็นกำลังใจและเป็นค่าเดินทางให้กับ อสม.ทุกคนที่สามารถทำงานในการควบคุมป้องกันโรคติดต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ


"อนุทิน"ติดตามการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ

จากนั้นในช่วงบ่ายได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลศรีสังวาล จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อรับฟังการบรรยายเรื่องการช่วยเหลือลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศยาน (Sky doctor ) พร้อมมอบนโยบายและมอบรางวัล " Hero for sky doctor" แก่แพทย์และพยาบาลที่มีผลงานดีเด่นในการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางไกล จำนวน 4 ราย

"อนุทิน"ติดตามการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ

ประกอบด้วย นพ.บุญญาฤทธิ์ คำทิพย์ จากโรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ นายเชิดพงษ์ ปัญญา จากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ นพ.ประสาน เปี่ยมอนันต์ จากโรงพยาบาลศรีสังวาลย์แม่ฮ่องสอน และ น.ส.ชัยศรี กล้าณรงค์ จากโรงพยาบาลศรีสังวาลย์แม่ฮ่องสอน ก่อนเดินทางไปชมการสาธิตการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศยานของหน่วยแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลศรีสังวาลย์แม่ฮ่องสอนและหน่วยเฉพาะกิจกรมกรมทหารราบที่ 17 กองกำลังนเรศวร

"อนุทิน"ติดตามการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ

นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวว่า การช่วยเหลือผู้ป่วยยามฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกลถือว่ามีความสำคัญทุกอย่างจะต้องมีความพร้อมทั้งเครื่องมืออุปกรณ์ บุคลากร ยานพาหนะ และอากาศยาน ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข พร้อมที่จะสนับสนุนเต็มที่เพื่อให้ประชาชนได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศยานจากทางทหาร ตำรวจและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดีอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นจะต้องซื้อเฮลิคอปเตอร์เข้ามาให้สิ้นเปลืองงบประมาณ เพราะทางกองทุนการแพทย์ฉุกเฉินมีค่าใช้จ่ายให้กับอากาศยานที่ร่วมภาระกิจซึ่งคิดมูลค่าเท่าทุนอยู่แล้ว

"อนุทิน"ติดตามการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ

ส่วนสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ถึงแม้จะไม่มีการติดเชื้อระหว่างคนไทยกับคนไทยด้วยกันมากว่า 80 วันแต่ก็ยังถือว่าน่าเป็นห่วง การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง และการป้องกันตนต่าง ๆ ยังต้องคงดำเนินการต่อไป ตราบใดที่เรายังไม่วัคซีนยังถือว่ายังน่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตามการผลิตวัคซีนถือว่ามีความคืบหน้า เข้าสู่ระยะที่จะทดลองกับมนุษย์แล้ว ซึ่งทางสถาบันคณะแพทย์ศาสตร์ต่าง ๆ ที่ร่วมกันค้นคว้า วิจัย ทดลองผลิตวัคซีนก็ทำงานกันอย่างหนัก ขณะที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้พอประมาณในการช่วยสนับสนุนค้นคว้า วิจัยให้การเข้าถึงวัคซีนของประเทศไทยเกิดขึ้นโดยเร็ว

"อนุทิน"ติดตามการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ



     สำหรับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ยังมีความจำเป็น เพราะทำให้การบูรณาการงานต่าง ๆ เกิดความรวดเร็ว และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่มีส่วนใดมาริดรอนพื้นฐานเสรีภาพของประชาชนได้ มีการกำหนดชัดเจนว่า พรก.ฉุกเฉินเอาไว้ใช้ในสถานการณ์การเคลื่อนย้ายผู้คน หรือการใช้งบประมาณบริหารจัดการต่าง ๆ ภายใต้สถานการณ์โควิด -19 อย่างเร่งด่วน ซึ่งจะสามารถคุ้มครองเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานสามารถตัดสินใจเพื่อความปลอดภัยของประชาชนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

"อนุทิน"ติดตามการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ

ข่าวล่าสุด