(1 สิงหาคม 2563) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า จากกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร จะเชิญตำรวจมาชี้แจง กรณีไม่แย้งคำสั่งอัยการกรณีไม่สั่งฟ้องนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา โดยเฉพาะประเด็นที่พนักงานสอบสวนให้ข้อมูลว่า ได้รับการยืนยันจากหมอฟันว่า สารที่ตรวจพบในร่างกายนายวรยุทธ เป็นยาที่ให้ผู้ต้องหา ในการรักษาฟันที่มีส่วนผสมของสารโคเคนอยู่ ทำให้ไม่สั่งฟ้องข้อหามีสารเสพติดในร่างกายได้นั้น
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทำให้มีทันตแพทย์ต่างๆ จำนวนมากออกมายืนยันว่า ปัจจุบันไม่มีการใช้สารเสพติดโคเคนในการรักษาผู้ป่วยแล้ว แต่ยอมรับว่าเคยใช้โคเคน เป็นยาชาเมื่อประมาณกว่า 100-150 ปีก่อน ส่วนยาชาที่ใช้ในปัจจุบัน อาทิ ลิโดเคน เมพิวาเคน อะทิเคน ไม่มีทางแปรเปลี่ยนเป็นโคเคนไปได้ แต่การที่ตำรวจเจ้าของสำนวนทำสำนวนเช่นนั้น ย่อมต้องมีพฤติการณ์พิเศษเกิดขึ้นแน่นอน แต่ที่ตลกที่สุด คือ พอถูกจับได้ก็ออกมาแถลงแบบเอาสีข้างเข้าถูว่าเป็นแค่การเข้าใจผิด
อย่างไรก็ตาม การโต้แย้งข้อมูลเพื่อสะท้อนความจริงให้สาธารณชนรับรู้ร่วมกันนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความบกพร่องในการสอบสวนและการทำสำนวนคดีของตำรวจเจ้าของคดี ที่นับวันยิ่งจะชี้ชัดได้ว่า การทำสำนวนคดีต่างๆที่เกี่ยวกับนายวรยุทธ ซึ่งขับรถชนตำรวจชั้นประทวนเสียชีวิตนั้น มีความเป็นอภินิหารทางสำนวนคดีมากมาย ทำให้สังคมไทยได้ล่วงรู้ความจริงมากขึ้น ถึงกระบวนการทำงานของตำรวจไทยและอัยการ ที่ทำให้สาธารณชนต้องวิพากษ์วิจารณ์ตำรวจและอัยการกันอย่างรุนแรง
"ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปฏิรูปตำรวจและอัยการกันแบบถอนรากถอนโคนกันเลยทีเดียว ไม่เช่นนั้นกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น ที่เริ่มจากตำรวจจนมาถึงชั้นอัยการ จะบิดเบี้ยวไปได้ง่าย โดยขาดการตรวจสอบและควบคุมจากประชาชน หรือองค์กรภายนอกที่เป็นอิสระ" นายศรีสุวรรณ กล่าว