หัวเว่ย แซงหน้าซัมซุงและแอปเปิลในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ และกลายเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นครั้งแรกแต่ข้อมูลที่เปิดเผยโดยคานาลิส บริษัทวิเคราะห์ตลาดเทคโนโลยีของโลกชี้ว่า ยอดขายของหัวเว่ยส่วนมากมาจากจีน ในขณะที่ธุรกิจในตลาดนานาชาติหดตัวลงจากการแซงชั่นของสหรัฐ

ทางผู้ผลิตจากจีนขายโทรศัพท์ไปได้ 55 ล้าน 8 แสนเครื่อง หรือลดลง 5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ทางซัมซุงจากเกาหลีใต้ ก็ขายได้ 53 ล้าน 7 แสนเครื่อง หรือลดลงมากถึง 30 เปอร์เซ็นต์
โดยรวมแล้ว การส่งออกโทรศัพท์ไปยังตลาดต่างประเทศในไตรมาสที่ 2 ระหว่างเดือน เมษายน ถึงมิถุนายน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลง 27 เปอร์เซ็นต์
สถิติบอกว่า ในช่วงไตรมาสที่ 2 หัวเว่ยขายสมาร์ทโฟนมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ในจีนแผ่นดินใหญ่ ส่วนในยุโรป ตลาดของพวกเขาลดลงเหลือ 16 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 22 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในยุโรป หัวเว่ยเป็นอันดับ 3 รองจากซัมซุง และแอปเปิล 

นักวิเคราะห์บอกว่า จากการที่จีนมีประชาชนจำนวนมหาศาล บ่อยครั้ง มันก็เป็นตัวกระตุ้นความสำเร็จของบริษัทในตลาดโลก แต่ก็มองกันว่าเป็นเรื่องยากที่หัวเว่ยจะรักษาความเป็นผู้นำในระยะยาว เพราะว่าหุ้นส่วนของหัวเว่ยในภูมิภาคสำคัญอย่างยุโรป ต่างก็เพิ่มความระแวดระวังกับอุปกรณ์ของหัวเว่ยกันมากขึ้น มีการยอมรับในอุปกรณ์เพียงไม่กี่รุ่น และนำแบรนด์อื่น ๆ เข้ามาเพื่อลดความเสี่ยง 
ขณะที่ความเข้มแข็งในตลาดจีนอย่างเดียวไม่เพียงพอให้หัวเว่ยคงอยู่ในระดับสูงสุดเมื่อเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว ในช่วงที่บริษัทต้องดิ้นรนในการทำธุรกิจกับต่างประเทศท่ามกลางการกดดันจากสหรัฐ ซึ่งจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีของสหรัฐ เรื่องนี้ทำให้หัวเว่ยไม่สามารถใช้ระบบปฏิบัติการณ์แอนดรอยด์ของกูเกิลได้ จนต้องผลักดันระบบปฏิบัติการณ์ของตัวเองขึ้นมาเมื่อปีที่แล้ว