ด้านนายพล พลายสถิตย์ ตัวแทนชาวบ้านทับสะแก บอกว่า รู้สึกดีใจที่ดำเนินการนำร่างซีอุยออกมาประกอบพิธีทางศาสนาได้สำเร็จ หลังจากเคยยื่นเรื่องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประสานไปยังคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชฯ และกรมราชทัณฑ์ ขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับซีอุย ส่วนเรื่องคดีความนั้นจบไปนานมากแล้ว ตนไม่อยากพูดถึง แต่จากการพูดคุยกับคนเฒ่าคนแก่ในทับสะแกส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าซีอุยเป็นฆาตกรกินเนื้อมนุษย์
นายเทิดพร มโนไพบูลย์ หรืออ๊อด อดีตนักแสดงที่เคยรับบทเป็นซีอุย ได้เดินทางมาร่วมงานด้วย บอกว่าตั้งใจมาเพื่อขอบคุณซีอุยที่ทำให้ตนกลายเป็นที่รู้จักจดจำจนถึงทุกวันนี้ ยอมรับว่าตอนที่เล่นละครเป็นซีอุย มีอยู่ฉากหนึ่งเป็นฉากแรกของการถ่ายทำ ตนเคยภาวนาว่าอยากเล่นให้สมบทบาท หากดวงวิญญาณของซีอุยจะมาสิงร่างก็พร้อมยอมให้สิง ซึ่งระหว่างถ่ายทำจู่ๆร่างกายของตนก็สั่น คล้ายกับท่าทางของซีอุย ทำให้การแสดงดูเป็นธรรมชาติ จนถ่ายทำเพียงครั้งเดียวก็ผ่านฉลุย ส่วนเรื่องคดีความนั้นตนไม่ทราบแน่ชัด รู้เพียงว่าเขาไม่ใช่คนไม่ดี จึงอยากมาร่วมส่งดวงวิญญาณ และดีใจที่ดวงวิญญานของซีอุยจะไปสู่สุขติ
นอกจากนี้ พระมหายินดี พระลูกวัดอภัยทายาราม กรุงเทพฯ ได้เดินทางมาร่วมงานด้วย โดยพระรูปนี้เป็นคนให้ข้อมูลเรื่องราวของซีอุยกับบริษัทถ่ายทำภาพยนตร์แห่งหนึ่ง เพื่อนำไปเขียนบทได้ค่าจ้าง 60,000 บาทในสมัยนั้นจนสร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้คนดูทั่วประเทศ และยอมรับว่าบทบาทของซีอุยในภาพยนตร์เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาเกินจริงทั้งสิ้น เพราะที่ทับสะแกยังไม่มีคดีไหนเลยที่ซีอุยฆ่าคนแล้วควักเอาเครื่องในมากิน