นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า โครงการนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค (Smart Park) สร้างขึ้นเพื่อรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-curve) ตั้งอยู่บริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ.ดำเนินการเอง พื้นที่ประมาณ 1,383.76 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่อุตสาหกรรม 621.55 ไร่ พื้นที่พาณิชยกรรม 150.54 ไร่ พื้นที่ระบบสาธารณูปโภค 373.35 ไร่ พื้นที่สีเขียวและกันชน 238.32 ไร่ โดยมีจุดเด่นคือ การเป็นนิคมอุตสาหกรรมต้นแบบที่ทันสมัย ทั้งด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ระบบการสื่อสาร ระบบการขนส่ง ระบบพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมในอนาคต (New S-Curve)
โดยได้จัดแบ่งเป็นลักษณะกลุ่มอุตสาหกรรม (Cluster) มีระบบรักษาความปลอดภัย และแนวกันชนด้วยพื้นที่สีเขียว และมีไม้ยืนต้นปลูกเป็นแนวรอบใน แต่ละคลัสเตอร์ (Cluster) สร้างความร่มรื่นต่อพื้นที่ มีการนำระบบไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคลงใต้ดิน เพื่อความสวยงามทางด้านทัศนียภาพและความปลอดภัย มีการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจัดเตรียมพื้นที่สำหรับการประกอบกิจการเชิงพาณิชยกรรม เพื่อเชื่อมโยงวิสาหกิจชุมชนสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของภูมิภาค"หลังจากที่คณะอนุกรรมการด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน มีมติเห็นชอบการลงทุนโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Smart Park ของ กนอ.แล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างนำเสนอสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อให้ความเห็นต่อการลงทุนโครงการฯ และคาดว่าจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติได้ภายในเดือนกันยายน 2563 และจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในไตรมาส 1/2564 ใช้ระยะเวลาการก่อสร้างประมาณ 3 ปี โดยหากการก่อสร้างแล้วเสร็จการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม Smart Park จะสามารถสร้างมูลค่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อปี อยู่ที่ 52,934.58 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน จะก่อให้เกิดการจ้างงาน ประมาณ 7,459 คน ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ประมาณ 1,342,620,000 บาทต่อปี (คิดฐานเงินเดือนขั้นต่ำเดือนละ15,000 บาท) ทั้งนี้ นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค (Smart Park ) มีความได้เปรียบในแง่ของการเป็นแหล่งผลิตเม็ดพลาสติกที่เป็นวัตถุดิบ (Raw materials sources ) และอยู่ในเขตส่งเสริมของ EEC มีสถานีระบบขนส่งมวลชนทางรางเชื่อมต่อหน้าโครงการ สะดวกด้วยระบบคมนาคมขนส่งทางน้ำ และอากาศ ถือเป็นทำเลที่ตั้งที่ดีเยี่ยม (Prime location) เป็นโครงการที่เน้นลดต้นทุนด้านการใช้พลังงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Smart infrastructure)" นางสาวสมจิณณ์ พิลึก กล่าว