ศ.เชี่ยวชาญพิเศษ นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เปิดเผยว่า ระบบบล็อกเชน(Blockchain) ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ในวงการแพทย์ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีหลายระบบที่นำมาใช้ในวงการแพทย์ก็ตาม ซึ่งระบบใหม่นี้สอดคล้องกับการเร่งผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ยุคเทคโนโลยีไทยแลนด์ 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล ประการสำคัญ จ.เชียงใหม่ได้รับการจัดให้เป็นเมืองอัจฉริยะ(Smart city) จึงต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้านต่างๆ ประกอบกับเทคโนโลยี "บล็อกเชน" เพื่อวงการแพทย์ยังไม่มีแพร่หลายจึงน่าจะเป็นโอกาสดีที่จะนำมาให้บริการเพื่อผู้ป่วยจะได้รับความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้นหากแพทย์ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว
สำหรับระบบต้นแบบ "บล็อกเชน" ผ่าน Thai Cleft Link Program ของ "ศูนย์แก้ไขความพิการบริเวณใบหน้า และศีรษะ" มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMU Craniofacial Center) โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และเครือข่ายโรงพยาบาล เป็นโครงการ "การศึกษาเครื่องมือและกระบวนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การสนับสนุนภายใต้แผนงานการพัฒนาภูมิภาคและจังหวัด 4.0 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.)" วัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการศึกษาเครื่องมือและกระบวนการในการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองอัจฉริยะ
สำหรับตัวอย่างการใช้งาน "บล็อกเชน" ในสมาร์ทซิตี้ เช่น การใช้ฟังก์ชั่นความโปร่งใสของระบบ E-Voting ฟังก์ชั่นการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับ ซึ่งนำมาใช้ในระบบซัพพลายเชนฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมด้วยฟังก์ชั่นการตรวจสอบบุคคลที่ 3 ในระบบการทำสัญญาแบบ Smart Contract ด้วยระบบ automated ระหว่างหลายฝ่ายที่มีเงื่อนไขตรงตามที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
ในส่วนระบบทางด้านสุขภาพและการแพทย์ "บล็อกเชน" สามารถช่วยในการแชร์ข้อมูลของโรงพยาบาลเครือข่าย รวมถึงการใช้งานการติดตามข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ป่วยซึ่งเป็นฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อข้อมูลข้ามแพลตฟอร์มฟังก์ชันการรักษาความปลอดภัยของความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
สำหรับผลดีนั้น ถ้ามีระบบล็อกเชนเข้ามาร่วมใช้งานผ่าน Thai Cleft Link Program ของ "ศูนย์แก้ไขความพิการบริเวณใบหน้า และศีรษะ" มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะทำให้วงการแพทย์มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปด้วย ส่วนผลดีต่อผู้ป่วยนั้นจะช่วยร่นระยะเวลาการมาพบแพทย์ ประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งต่อจากนี้ไปจะสามารถขยายเครือข่ายผ่านระบบบล็อกเชนไปสู่วงกว้างมากขึ้น มีประโยชน์สามารถจัดเก็บข้อมูลอย่างดีด้วยระบบบล็อกเชนนั่นเอง แต่เนื่องจากช่วงนี้ยังเป็นการทดลองมีอุปสรรคอยู่บ้างเล็กน้อย จึงเร่งยกระดับเพื่อให้สามารถขยายสู่โรงพยาบาลเครือข่ายเพื่อมอบสิ่งที่ดีด้านสุขภาพพร้อมดูแลความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วยทุกคน
สำหรับการต่อยอดโครงการต่อไปนั้นจะใช้เป็นโมเดลต้นแบบของการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้งานในระบบการแพทย์ หากทำสำเร็จก็จะสามารถต่อยอดไปสู่โรคอื่นๆ ผลดีคือเกิดความร่วมมือของโรงพยาบาลเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ผลการรักษาผู้ป่วยดีขึ้น รวดเร็วขึ้น ประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่าย สามารถติดตามผลการรักษาได้ทันที
"ขณะนี้เริ่มมีการวางระบบไว้และทำให้เกิดผลจริงบางส่วนแล้ว อีกทั้งยังคิดว่าจะลิ้งค์ประสานงานได้จากแหล่งข้อมูลทั้งในและต่างประเทศ ส่วนในระยะยาวคิดว่าจะมีส่วนช่วยส่งเสริมด้านการรักษาและการวิจัยในภาพรวมได้ เนื่องจากมีข้อมูลที่มีความสำคัญ ขณะนี้พร้อมนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้งานในโรงพยาบาล พร้อมส่งเสริมและผลักดันให้ขยายผลใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์สาขาอื่นๆ ต่อไปด้วย หากมีความพร้อมเต็มที่แล้วจะขยายสู่โรงพยาบาลอื่นๆ ในเครือข่ายำทั่วภาคเหนือและทั่วประเทศต่อไป"