เนชั่นทีวี

ข่าว

อนาคต "โรงหนัง" หลังโควิด-19 อาจไม่มี "ป๊อปคอร์น"

16 พ.ค. 2563 | thunwarat_tha

อนาคต "โรงหนัง" หลังโควิด-19 อาจไม่มี "ป๊อปคอร์น"

หนึ่งในกิจการที่ต้องปรับตัวอย่างหนักในยุคโควิด-19 ก็คือโรงภาพยนตร์ โดยในอนาคตผู้ชมอาจไม่สามารถรับประทาน "ป๊อปคอร์น" ระหว่างชมภาพยนตร์ได้ และอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของโรงภาพยนตร์อย่างมาก ไปติดตามกับคุณกิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณในมิติโลกสเปเชียล

ในยุคโควิด-19 โรงภาพยนตร์ได้กลายมาเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ด้วยความที่โรงภาพยนตร์เป็นสถานที่ปิดที่มีคนแปลกหน้ามารวมกันเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงขึ้นไป ดังนั้นหากได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดได้ในเร็วๆ นี้ กิจการโรงภาพยนตร์คงต้องปรับตัวอย่างหนัก อย่างที่ประเทศเกาหลีใต้ก็มีแนวโน้มว่า นอกจากการสวมหน้ากากอนามัยและการเว้นระยะห่างระหว่างแถวที่นั่งแล้ว ผู้ชมเองก็อาจไม่สามารถรับประทานอาหารภายในโรงภาพยนตร์ได้ ซึ่งอาหารที่ว่านี้ก็รวมไปถึงป๊อปคอร์นด้วย


สภาการภาพยนตร์แห่งเกาหลีใต้ซึ่งเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ออกกฎระเบียบวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับวงการภาพยนตร์ตั้งแต่ขั้นตอนการถ่ายทำไปจนถึงการฉาย ได้เผยแพร่ระเบียบใหม่สำหรับโรงภาพยนตร์เวลากลับมาเปิดทำการอีกครั้ง โดยระบุว่า ผู้ชมควรเข้ารับการตรวจอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าชม สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ชมภาพยนตร์ และที่สำคัญ ไม่ควรรับประทานป๊อปคอร์นและพูดคุยกับผู้อื่น เนื่องจากการรับประทานอาหารจำเป็นต้องถอดหน้ากากออก ขณะที่ฝ่ายเจ้าของโรงภาพยนตร์ก็ต้องจัดที่นั่งให้มีระยะห่างอย่างเหมาะสม


รวมทั้งฆ่าเชื้อและเปิดโรงภาพยนตร์ให้มีอากาศถ่ายเทระหว่างทุกรอบฉายด้วย


อย่างไรก็ตามหากนำระเบียบดังกล่าวไปบังคับใช้จริง โรงภาพยนตร์ก็จะสูญเสียรายได้มหาศาล เนื่องจากจำนวนผู้ชมสูงสุดที่โรงภาพยนตร์โรงหนึ่งสามารถรองรับได้ ก็จะลดลงเหลือเพียง 25-50 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงปกติ


ขณะเดียวกันโรงภาพยนตร์ก็จะสูญเสียรายได้อีกไม่น้อยหากไม่สามารถขายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มได้ เพราะปกติแล้วสินค้าเหล่านี้สร้างรายได้ให้กับโรงภาพยนตร์โดยตรงเป็นกอบเป็นกำ มากกว่าการจำหน่ายตั๋วเข้าชมที่ต้องแบ่งรายได้กับฝ่ายสตูดิโอผู้สร้าง อย่างเครือโรงภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยก็มีรายงานว่า ยอดขายป๊อปคอร์น น้ำดื่ม ขนบขบเคี้ยว และของเล่นนั้นมีมูลค่ามากกว่า 2 พันล้านบาทต่อปี


ที่สหรัฐอเมริกาตอนนี้แม้โรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่ยังคงปิดให้บริการ แต่มีการฉายภาพยนตร์รูปแบบหนึ่งที่ยังคงเปิดทำการต่อไป นั่นคือ โรงภาพยนตร์ประเภทไดรฟ์-อิน ซึ่งคล้ายกับการฉายหนังกลางแปลงของบ้านเรา แต่ลูกค้าต้องขับรถเข้ามาและจอดชมอยู่ภายในรถของตัวเอง ปรากฏว่า ตอนนี้โรงภาพยนตร์ไดรฟ์-อินที่มีอยู่ราว 300 แห่งทั่วสหรัฐฯ ก็เลยกลับมาได้รับความนิยมอย่างสูงอีกครั้ง


แม้โรงภาพยนตร์กลับมาเปิดแล้ว แต่ก็อาจจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่าที่ผู้ชมจะมั่นใจ


ในความปลอดภัย ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่หันไปเลือกชมความบันเทิงผ่านระบบออนไลน์สตรีมมิ่งแทน แต่สำหรับบางคน การดูหนังในโรงภาพยนตร์เป็นประสบการณ์ที่การรับชมรูปแบบอื่นไม่มีทางมาทดแทนได้

ข่าวล่าสุด