ชาวอาข่าได้สืบทอดประเพณีนี้มาเป็นเวลา 2,700 กว่าปีแล้ว ประเพณีโล้ชิงช้าจะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมและต้นเดือนกันยายน ตรงกับช่วงที่ผลผลิตกำลังงอกงาม ในระหว่างนี้ชาวอ่าข่าจะดายหญ้าในไร่ข้าวเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากดายหญ้าแล้วก็รอสำหรับการเก็บเกี่ยว ซึ่งจะตรงกับเดือนของอาข่าคือ "ฉ่อลาบาลา" ประเพณีโล้ชิงช้าของชาวอาข่า ถือเป็นพิธีกรรมมีการส่งเสริมความรู้แล้ว ยังเกี่ยวพันกับการดำรงชีวิตประจำวันของอ่าข่าอีกด้วย การจัดประเพณีนี้มีทั้งหมดเพียง 4 วัน ดังนี้
วันที่ 1 จ่าแบ" ผู้หญิงอาข่า ก็จะแต่งตัวด้วยชุดประจำเผ่าเต็มยศแล้วออกไปตัดน้ำที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อจะนำมาใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาน้ำที่ตักมาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ อ่าข่าเรียกว่า "อี๊จุอี๊ซ้อ" การเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วของแต่ละครอบครัว และในวันนี้ก็มีการตำข้าวปุ๊ก "ห่อถ่อง" ข้าวปุ๊ก หรือห่อถ่อง คือข้าวที่ได้จากการตำก่อนที่จะนำข้าวสาร (ข้าวเหนียว) แช่ไว้ประมาณ 1 คืน พอรุ่งเช้าก็นำมานึ่ง หลังจากนึ่งเสร็จ หรือได้ที่แล้วก็จะมีการโปรยด้วยน้ำอีกรอบหนึ่ง แล้วก็นึ่งต่อระหว่างที่รอข้าวสุก ก็จะมีการ ตำงาดำผสมเกลือ เพื่อไม่ให้ข้าวเหนียวที่ตำติดมือเวลานำมาปั้นข้าวปุ๊กซึ่งต้องใช้ในการทำพิธี
วันที่ 2 วันสร้างชิงช้า เป็นวันที่ทุกคนมารวมตัวกันที่บ้านของ ผู้นำศาสนา เพื่อจะปรึกษา และแบ่งงานในการจะปลูกสร้างชิงช้าของชุมชน หรืออ่าข่า เรียกว่า "หล่าเฉ่อ" ในวันนี้จะไม่มีการทำพิธีใดๆ ทั้งสิ้น แม้กระทั่งสัตว์ก็จะไม่ฆ่า หลังจากที่สร้างชิงช้าของชุมชนเสร็จ ก็จะมีพิธีเปิดโล้ชิงช้าโดย ผู้นำศาสนา จะเป็นผู้เปิดโล้ก่อน จากนั้นทุกคนก็สามารถโล้ได้ หลังจากที่สร้างชิงช้าของชุมชนเสร็จแล้ว จึงมาสร้างชิงช้าเล็กที่หน้าบ้าน ของตนเองอีกเพื่อให้ลูกหลานของตนเล่น ทุกบ้านจะต้องสร้างเพราะถือว่าเป็นพิธี