เมื่อวันที่ 9 พ.ค. พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอีเอส) กล่าวว่า สำหรับโลกยุคปัจจุบันสิ่งหนึ่งที่เริ่มมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ คือเรื่องพลังงานทางเลือก ตนฟันธงได้เลยว่าในระยะยาว 3-5 ปีข้างหน้า รัฐบาลจะต้องวางแผนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม เพื่อรองรับการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทางเลือก เพราะอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความไม่แน่นอนของพลังงานหลักที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามด้านพลังงานจากประเทศผู้ผลิตน้ำมันของโลก
ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย่งด้านพลังงาน รวมทั้งสงครามการค้า อาจส่งผลต่อประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ หากประเทศไม่สามารถพึ่งพาต้นเองทางด้านพลังงานได้ ดังนั้น พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานฟรีๆ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ แต่ต้องมีการวางแผนด้านการแลกเปลี่ยนพลังงาน โดยใช้เทคโนโลยี Blockchain ผ่านโครงข่ายโทรคมนาคม เช่น ในสหรัฐอเมริกามีการทดลองเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีแผงเซลล์แสงอาทิตย์ติดตั้งอยู่บนหลังคาและเชื่อมโยงกันอย่างเป็นเครือข่าย ผ่านแพลตฟอร์มในการแลกเปลี่ยนพลังงาน ที่ทำให้ผู้ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้จากระบบ ให้กับผู้รับซื้อภายในกลุ่มได้โดยตรงซึ่งอาจจะเป็นเพื่อนบ้านก็ได้ ซึ่งขณะนี้เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์มาถึงจุดที่ราคาถูกลงมาก ประเทศเราต้องมองข้ามไปอีกขั้น มองถึงการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการแลกเปลี่ยนพลังงานผ่านระบบโครงข่ายโทรคมนาคม คือเมื่อบ้านเรามีพลังงานไฟฟ้าเหลือสามารถส่งผ่านสายเพื่อแบ่งไปยังบ้านอื่นได้
"Blockchain เป็นเทคโนโลยีฐานข้อมูล ซึ่งมีความสามารถในการทำธุรกรรมที่ปลอดภัย ช่วยสร้างธุรกิจที่เกี่ยวกับการแบ่งปันพลังได้ อนาคตจะไม่จำเป็นต้องใช้พพลังงานจากบริษัทพลังงานหลักแบบดั้งเดิมอีกต่อไป เพราะจะเกิดเป็นโครงยข่ายพลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่สามารถผลิตและกักเก็บโดยสมาชิกในกลุ่มเพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ" พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว