ต่อมาทางองค์การบริหารส่วนตำบลต้นโพธิ์ ได้แจ้งว่า จะให้การช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนในตำบลต้นโพธิ์อีก เป็นจำนวนเงินครอบครัวละ 2,000 บาท โดยจะจ่ายให้แก่ผู้ที่มีรายชื่อเป็นเจ้าบ้าน นายกฤษณะ ซึ่งเป็นลูกเขยทราบข่าว ก็มาขอให้ตนแบ่งเงินที่จะได้รับการช่วยเหลือจาก อบต.ต้นโพธิ์ แต่ตนไม่ยอม ทำให้ นายกฤษณะ โมโห ไปดำเนินการยกเลิกสิทธิขอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล จำนวน 5000 บาท ของตน พร้อมทั้งดุด่า ว่าร้ายตน ทำให้ตนต้องมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
ด้าน นายกฤษณะ วัย 43 ปี ลูกเขยก็กล่าวว่า ตนเป็นผู้กรอกข้อมูลลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาให้ทุกคนในบ้านจริง แต่ข้อมูลบางส่วนก็คลาดเคลื่อน เมื่อ องค์การบริหารส่วนตำบลต้นโพธิ์แจ้งให้เจ้าบ้านไปลงทะเบียนรับเงินเยียวยาอีก 2,000 บาท ตนจึงบอกกับ นางฉวีวรรณ แม่ยายว่า น่าจะนำมาแบ่งให้ทุกคนในครอบครัว แต่ นางฉวีวรรณ กลับตอบว่า เขาให้เฉพาะเจ้าบ้าน ซึ่งตนเห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะรายจ่ายในบ้านตนและภรรยาก็ช่วยจ่ายอยู่เป็นประจำ เมื่อได้รับเงินช่วยเหลือก็น่าจะแบ่งกัน ไม่ใช่นำไปใช้จ่ายส่วนตัว ส่วนกรณีที่ตนไปแจ้งยกเลิกการขอรับเงินเยียวยา 5,000 บาทของนางฉวีวรรณนั้น เป็นเพราะตนกลัวว่าจะมีความผิดเพราะข้อมูลที่แจ้งไป ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะก่อนเกิดวิกฤติ โควิด -19 นางฉวีวรรณ ก็ยังค้าขายอยู่จนทุกวันนี้ นางฉวีวรรณ ก็ยังสามารถค้าขายได้เป็นปกติ แทบจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เลย