เนชั่นทีวี

ข่าว

ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ แผน "แลกนักท่องเที่ยว" ฟื้นฟูเศรษฐกิจ

05 พ.ค. 2563 | matchayakorn_mee

ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ แผน "แลกนักท่องเที่ยว" ฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ขณะที่หลายชาติทั่วโลกเจอพิษเศรษฐกิจจากการระบาดของโรคโควิด-19 แต่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์กำลังหารือกันถึงโมเดลการท่องเที่ยวต่างประเทศรูปแบบใหม่ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว และอาจกลายเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ทั่วโลกจะนำมาใช้ในอนาคต

นอกจากการล็อกดาวน์แล้ว หนึ่งในมาตรการที่ทั่วโลกต่างนำมาใช้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ก็คือการจำกัดการเดินทางเข้าออกประเทศ ส่งผลให้การเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศกลายเป็นสิ่งต้องห้าม หลายประเทศที่พึ่งพารายได้จากภาคการท่องเที่ยวต้องเจอวิกฤตเศรษฐกิจซ้ำเติมเข้าไปอีก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่าโลกจะต้องเผชิญสถานการณ์แบบนี้ไปอีกถึง 2 ปี ทำให้ล่าสุดสองประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดอย่างออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ ได้หารือถึงแผนการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในช่วงวิกฤตด้วยการเปิด Travel Bubble หรือ "อาณาเขตการท่องเที่ยว" ระหว่างกัน
Travel Bubble หมายถึง การที่รัฐบาลจะอนุญาตให้ประชาชนสามารถแลกเปลี่ยนการเดินทางระหว่างสองประเทศได้อย่างอิสระ นั่นคือ ชาวออสเตรเลียไปเที่ยวนิวซีแลนด์ได้ ขณะที่ชาวนิวซีแลนด์ก็ไปเที่ยวที่ออสเตรเลียได้ แต่จะยังจำกัดการเดินเข้าออกสำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆเหมือนเดิม ซึ่งมาตรการนี้หากมีการบังคับใช้และได้ผลดี ไม่มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาอย่างน่าตกใจ ก็อาจจะขยายขอบเขตออกไปสู่ประเทศอื่นในภายหลัง
แผนการที่เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจเท่าใดนัก เนื่องจากออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ เป็นมิตรประเทศที่ใกล้ชิดกันมาก เพราะนอกจากจะมีอาณาเขตทางทะเลติดต่อกันด้วยระยะห่างราว 2,000 กม.แล้ว ที่ผ่านมาประชาชนจากทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ก็สามารถเดินทางไปมาหาสู่กันโดยไม่ต้องขอวีซ่า มีการแลกเปลี่ยนแรงงานข้ามชาติกันในทุกระดับสายอาชีพ

ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ แผน "แลกนักท่องเที่ยว" ฟื้นฟูเศรษฐกิจ


นอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังถือเป็นส่วนสำคัญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกันและกัน โดยนิวซีแลนด์รับนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลียปีละกว่า 1.5 ล้านคน คิดเป็นราว 40 เปอร์เซ็นต์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ส่วนออสเตรเลียเองก็รับนักท่องเที่ยวจากนิวซีแลนด์ปีละ 1.4 ล้านคน หรือราว 15 เปอร์เซ็นต์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ แผน "แลกนักท่องเที่ยว" ฟื้นฟูเศรษฐกิจ


อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญก็คือ ความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของทั้งสองประเทศที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่น้อยลงอย่างมาก โดยสถานการณ์ล่าสุด ออสเตรเลียที่มีผู้ติดเชื้อกว่า 6,800 คน จากจำนวนประชากร 25 ล้านคน มีผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วกว่า 5,800 คน เสียชีวิต 96 คน และมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เหลือเพียง 10-20 คนต่อวัน

ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ แผน "แลกนักท่องเที่ยว" ฟื้นฟูเศรษฐกิจ


ขณะที่นิวซีแลนด์มียอดผู้ติดเชื้อสะสมราว 1,400 คน จากประชากร 5 ล้านคน รักษาหายแล้วกว่า 1,300 คน และมีผู้เสียชีวิตเพียง 20 คน ล่าสุดนิวซีแลนด์ยังทำสถิติพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นศูนย์คนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาด้วย

ด้วยเหตุนี้นายกรัฐมนตรีสก็อตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย จึงออกมาประกาศว่า ถ้าจะมีประเทศไหนที่ออสเตรเลียจะเปิดพรมแดนด้วยเป็นที่แรก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าประเทศนั้นคือนิวซีแลนด์ เช่นเดียวกับจาซินดา อาเดิร์น นายกรัฐมนตรีหญิงของนิวซีแลนด์เองก็ยืนยันว่ามาตรการเปิดอาณาเขตการท่องเที่ยวระหว่างกันคือสิ่งที่นิวซีแลนด์ต้องการให้เกิดขึ้น เพียงแต่จะยังไม่ใช่ตอนนี้หรือในเร็วๆนี้ แต่ต้องเป็นเวลาที่ทั้งสองประเทศมีความพร้อมและมั่นใจว่าควบคุมการระบาดได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังต้องผ่านการหารืออีกหลายด้าน รวมถึงการชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสีย ของการฝืนเปิดพรมแดนระหว่างกันโดยที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ด้วย โดยข้อดีหลักๆ ของการเปิดอาณาเขตการท่องเที่ยวระหว่างกัน หนึ่งคือการช่วยผ่อนควายความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนระหว่างมาตรการล็อกดาวน์ที่ต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลานาน สองคือการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้กลับมามีรายรับเข้าประเทศได้อีกครั้ง
ส่วนความเสี่ยงหรือข้อเสียที่ผู้เชียวชาญคาดการณ์กันไว้ คือนักท่องเที่ยวจะต้องเจอขั้นตอนที่ยากลำบากมากในการตรวจคัดกรองโรคอย่างละเอียดกว่าจะได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ และหากมีผู้ป่วยติดเชื้อที่หลุดจากการตรวจคัดกรองไปได้แม้แต่คนเดียว สิ่งที่ตามมาก็คือความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดระลอกที่ 2 ที่ทำให้ประเทศกลับเข้าสู่การล็อกดาวน์อีกครั้ง ซึ่งหากทั้งสองประเทศยืนยันที่จะเปิดพรมแดนท่องเที่ยวต่อกันก็จะต้องเตรียมความพร้อมของระบบการคัดกรองสุขภาพนักท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพก่อน


อย่างไรก็ตาม Travel Bubble หรือการเปิดอาณาเขตการท่องเที่ยวระหว่างกัน ได้กลายเป็นไอเดียที่ทั่วโลกกำลังจับตา เพราะหากมาตรการนี้สำเร็จ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวพร้อมกับควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสได้จริง ประเทศอื่นๆ เช่น ไทยก็อาจใช้แผนการรูปแบบนี้กับประเทศในภูมิภาคอาเซียนก็เป็นได้ จนอาจกลายเป็น New Normal ของการท่องเที่ยวในอนาคต

ข่าวล่าสุด