เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 27 เมย 63 ที่บ้านในหุบ หมู่ที่ 4ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร นายเจษฏา จำเริญนุสิทธิ์ กำนัน ต.เขาค่ายพร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน ใน ต.เขาค่าย และชาวบ้านกว่า 300 คนเดินทางไปยัง ด่านคัดกรองโควิด19 บนถนนสายเขาค่ายไปยัง อ.ละอุ่นจ.ระนอง หมู่ที่ 2 ต.ในวงศ์เหนือ อ.ละอุ่น จ.ระนอง รอยต่อระหว่างจ.ชุมพร และ จ.ระนอง เพื่อเรียกร้องให้ผ่อนปรนมาตรการห้ามเข้าเขต จ.ระนอง
เมื่อไปถึง รอยต่อ ระหว่าง จ.ระนอง และ จ.ชุมพรท้องที่ หมู่ที่ 2 ต.ในวงเหนือ อ.ละอุ่น จ.ระนองชาวบ้านได้รวมกลุ่ม เว้นระยะห่างกันระยะ 1-2เมตรและสวมหน้ากากอนามัย กลางถนน หน้าด่านคัดกรอง ในเขต จ.ชุมพร เป็นแถวยาวกลางถนนพ.ต.อ.โกสิต กาญจนโกมล ผกก.สภ.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร และตำรวจจาก สภ.ละอุ่น จ.ระนองนำกำลังมาดูแลความสงบเรียบร้อยชาวบ้านถือป้ายเรียกร้องให้ทางราชการจังหวัดระนองผ่อนปรนการข้ามแดนเพื่อเข้าไปดูแลสวนเกษตรทั้งสวนปาล์มและสวนทุเรียนหลายพันไร่ นายชัยกฤต หมวดจันทร์ ปลัดอาวุโส อ.ละอุ่นจ.ระนอง พร้อม จนท เดินทางมาพบกลุ่มผู้ชุมนุม นายเจษฏา กำนัน ต.เขาค่ายได้อ่านหนังสือความต้องการของชาวบ้าน ใน ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร ใจความว่า
"ในขณะนี้พืชเกษตรที่สำคัญทางเศรษฐกิจคือ ทุเรียนหมอนทองกำลังออกผลและ ต้องดูแลเต็มที่ทั้งใส่ปุ๋ย ระวังโรคพืชหลายชนิด ระวังแมลงหนอนเจาะผลทุเรียน หรือเข้าไปปรับแต่งต้นทุเรียน ให้เหมาะสมกับสภาพของลูกทุเรียนที่กำลังเติบโตซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญสุด ถ้าดูแลช่วงนี้ไม่ได้สวนทุเรียนนับพันไร่ ของชาวสวนทุเรียน ในพื้น ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร จะเสียหายทั้งหมดชาวสวนทุเรียนรายหนึ่งจะมีสวนทุเรียน ประมาณ 30ไร่ถึง 50 ไร่ หลายร้อยราย จะขายทุเรียนได้ รายละ 2-3ล้านบาท จะความเสียหายมากกว่า300 ล้านบาท เนื่องจาก เป็นช่วงที่ทุเรียนหมอนทองเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลออกสู่ตลาดในขณะนี้มีพ่อค้าจากประเทศจีนเริ่มเข้ามารับซื้อในราคาที่สูงมากกว่าปกติ ถึง กก.ละ200 -250บาท อีกทั้งชาวสวนทุเรียนได้ลงทุนใส่ปุ๋ยขุดสระ ปรับปรุงสวนทุเรียนก่อนหน้าเหตุการณ์โควิด19ต้องกู้ยืมเงินมานับล้านบาท กับสถาบันการเงินบ้าง กับ นายทุนบ้างถ้าไม่สามารถขายทุเรียนหมอนทองได้ หลังโควิด คาดว่าจะมีผู้ล้มละลายเสียหายนับร้อยครอบครัวแน่นอน
"ชาวสวนฯขอเพียงได้เข้าไป ทำสวน วันละ 5-6ชมเท่านั้น จะไม่ออกนอกพื้นที่สวนฯ ไปเช้าเย็นกลับ และปฏิบัติตามระเบียบที่จ.ระนองระบุไว้ อีกทั้ง ในพื้นที่ ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร ไม่ปรากฏว่ามีใครรับเชื้อโควิด หรือ เป็นผู้ต้องสงสัยว่าสัมผัสโรค แต่ อย่างใด เพราะตำบลเขาค่ายก็ มีการคัดกรองผู้ที่จะเดินเข้าสู่ ตำบลเขาค่ายเหมือนกัน แต่การที่จ.ระนองจะให้ชาวสวนทุเรียนไปขอใบรับรองแพทย์ว่าไม่เป็นโควิด ซึ่งต้องเดินทางไปยังรพ.เอกชน ที่ อ.เมือง จ.ชุมพร มีค่าใช้จ่ายหลายพัน ต่อครั้ง และใบรับรองแพทย์ใช้ได้พียง3 วัน เพียงเดินทางไปหาหมอก็1วัน ใช้ใบรับรองแพทย์ ได้อีก2 วันก็ หมดอายุใบรับรองแพทย์ต้องไปขอใหม่อีกในทางปฏิบัติจะทำได้อย่างไร"
นางอมร สันหลี อายุ 57 ปีชาวสวนทุเรียน กล่าวว่า "ขอให้ ผวจ.ระนองเห็นใจชาวสวนทุเรียนในจุดรอยต่อจังหวัดด้วย เพราะในรอยต่อส่วนใหญ่เป็นพี่น้องกันแต่ไปมาหาสู่กันไม่ได้ เข้าไปทำสวนก็ ไม่ได้ ชาวสวนทุเรียน ที่มีบ้านอยู่ในหมู่บ้าน ในวงเหนือ ก็ ไม่สามารถออกมาทำสวนทุเรียนในเขตเขาค่ายได้ เพราะถ้าออกมาแล้วจะไม่สามารถกลับเข้าไป ใน จ.ระนองได้ ชาวสวนแทบไม่มีไรจะกินอยู่แล้ว" นางน้อยนาคพันธ์ อายุ 56ปี ชาวสวนทุเรียน ใน ต.เขาค่ายบอกว่าสวนทุเรียนอยู่ในเขต จ.ระนอง บางครอบครัว สามี และ ลูก อยู่บ้านในเขต จ.ระนอง แต่เมีย มาบ้านพ่อแม่ ใน เขต จ.ชุมพรก็ กลับเข้าไปในระนองไม่ได้มานานร่วมเดือนแล้วบางครอบครัว มีบ้านใน เขต จ.ระนอง มาบ้านญาติ ใน จ.ชุมพรกลับเข้าไปที่บ้านตัวเองไม่ได้ จนมีช้างป่า ลงมาเหยียบบ้านจนพังก็กลับเข้าไปปกป้องบ้านตัวเองไม่ได้ จึงขอความเห็นใจด้วย"ชาวบ้านหลายคนบอกว่าสวนทุเรียนที่กำลังออกผลห่างจากจุดด่านคัดกรอง รอยต่อ จังหวัดเพียง 50เมตร แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ หลายรายถึงกับหลั่งน้ำตา
นายชัยกฤต หมวดจันทร์ ปลัดอาวุโส อ.ละอุ่นจ.ระนอง พร้อม จนท.รับมอบหนังสือ และ รับฟังข้อเสนอของกลุ่มชาวบ้านเพื่อนำไปรายงานผวจ.ระนอง ต่อไป ในขณะที่ ชาวบ้านหลายสิบคน ใน จ.ระนองก็เกิดปัญหาที่จะเดินทางกลับมาหาครอบครัว ใน ตำบลเขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพรมากันมารวมตัว ในเขต อ.ละอุ่น จ.ระนอง หน้าด่านคัดกรองเช่นเดียวทุกคนมีสภาพปัญหาเดียวกัน เป็นที่น่าเวทนามาก หลายคนบอกว่าถึงจะรอดจากเชขื้อไสรัสโควิด แต่คงตายเพราะหนี้สินและความยากจนแน่นอนหลายคนเข้าขั้นหมดเนื้อหมดตัวแน่นอน/ ประสิทธิ์ลีฬหคุณากร