รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล นาย พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า [บทเรียนแรงงานต่างชาติในสิงค์โปร์ อย่าปล่อยให้กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว]
ตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ณ วันนี้ 25 เมษายน 2563 สูงขึ้นจากรอบหลายวันที่ผ่านมา อยู่ที่ 53ราย โดยเป็นแรงงานต่าชาติ 42ราย ตรวจพบในศูนย์กักกัน อ.สะเดา จังหวัดสงขลา เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจเชิงรุก ต่อตัวเลขผู้ติดเชื้อในส่วนของแรงงานต่างชาติที่พบในวันนี้ ทำให้เห็นว่ามีคนบางกลุ่มที่รัฐไม่อาจมองข้ามไปได้และกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์ ที่สถานการณ์เป็นไปอย่างน่าพึงพอใจในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ปัจจุบันกลับมียอดผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นไปถึงระดับ 1,426 คนและสถานการณ์ยังคงไม่คลี่คลายแม้สิงคโปร์จะเป็นประเทศที่มีการรับมือได้อย่างมีระบบและถือเป็นตัวอย่างของประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดโดยไม่มีการปิดประเทศ (Lock-Down) แต่กลับประสบกับการแพร่ระบาด (Outbreak) ระลอกใหม่อย่างรุนแรง จึงนำมาสู่คำถามสำคัญว่าอะไรเป็นสาเหตุต่อเหตุการณ์ดังกล่าวเมื่อพิจารณาตัวเลขและกลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่ จะพบว่า ในช่วงตั้งแต่เกิดการระบาด (ตารางแนบ) ผู้ป่วยรายใหม่ร้อยละ 81.2 มาจากแรงงานต่างชาติที่อาศัยอยู่ในหอพัก (ประมาณ 9,076 ราย จากผู้ติดเชื้อทั้งหมดในประเทศสิงค์โปร์ 11,178 ราย) นอกจากนั้นอัตราการติดเชื้อภายในกลุ่มผู้ที่อยู่อาศัยหอพักยังสูงถึง 2.81% ซึ่งคิดจากจำนวนแรงงานต่างด้าวที่อาศัยในหอพักจำนวนประมาณ 323,000 คน ซึ่งจำนวนดังกล่าวมากกว่าแรงงานต่างชาติในจังหวัดสมุทรสาครเล็กน้อย ซึ่งในช่วงแรกนั้นมาตรการของสิงคโปร์ไม่ได้คำนึงถึงกลุ่มแรงงานต่างชาติที่เข้าไปทำงานภายในประเทศ โดยกลุ่มคนเหล่านี้อาศัยอยู่ในหอพักที่ค่อนข้างคับแคบและแออัด บางห้องมีผู้อาศัยอยู่มากถึง 12 คน ซึ่งหากมีผู้ติดเชื้อแม้เพียงหนึ่งราย สถานการณ์การแพร่ระบาดอาจพลิกผันไปได้เพียงชั่วข้ามคืน อีกทั้งคนกลุ่มนี้มักถูกมองข้ามและเลือกปฏิบัติภายใต้มาตรการของรัฐ จึงเป็นเหตุให้ คนกลุ่มนี้เป็นช่องโหว่ทางมาตรการที่ทำให้สถาณการณ์เลวร้ายลงกว่าที่เป็นมา