รวบแล้วหนุ่มนายท้ายเรือ หลังใช้เฟซบุ๊ค "สหายเบิร์น ในตำนาน" โพสต์ข้อความ "ไอ้ควายที่ไหนไม่รู้ โอนเงินมาให้ 5000 สารภาพยอมรับผิดทุกประการ อ้างเครียดตกงาน พร้อมกราบขอโทษ "นายกรัฐมนตรีฯ และรัฐบาล" ระบุหากยังได้รับสิทธิ์เงินเยี่ยวยาจะขอรับ 5 พันตามเดิม

จากกรณี นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ได้เดินทางไปศูนย์ปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินการเอาผิดกับผู้โพสต์ข้อความลงสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับการเงินเยียวยาโควิด-19จำนวน 5,000 บาท ทั้งหมด 5 ราย โดยแบ่งเป็น 1 รายที่ไม่ได้รับเงินจริงแต่สร้างความปั่นป่วนให้สังคม และอีก 4 รายที่รับเงินจริง แต่แจ้งข้อมูลเป็นเท็จต้องเอาผิดและเรียกเงินคืน โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุดเมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 12 เม.ย.2563 พล.ต.อ.สุวัฒน์แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้กองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ( บก.สส.บช.น.) นำโดย พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัยผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช. ทำการสืบหาบุคคลที่ใช้เฟซบุ๊คในชื่อ "สหายเบิร์น ในตำนาน" หลังโพสต์ข้อความและรูปภาพสลิปเงินโอนเข้า จำนวน 5,000 บาท ตามมาตรการเยียวยาเราไม่ทิ้งกันลงในเพจ สีสัน การเมือง 2006 โดยมีการใช้ข้อความหยาบคาย และกระทบต่อนายกรัฐมนตรี รัฐบาล และความรู้สึกของประชาชนโดยทั่วไปนั้น


รวบแล้ว "สหายเบิร์น ในตำนาน" ด่านายกฯรับเงิน5พัน


รวบแล้ว "สหายเบิร์น ในตำนาน" ด่านายกฯรับเงิน5พัน

ต่อมา พ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ ผกก.5 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม และ พ.ต.ท.เฉลิมพงษ์ธรรมมียะ รอง ผกก.5 บก.สส.บช.น. ได้ร่วมกันสิบสวนจนทราบว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้คือ นายเอกลักษณ์ วิเศษวงศา อายุ 35 ปีชาว จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งปัจจุบันทำงานเป็นนายท้ายเรือของบริษัทเดินเรือในพื้นที่จ.ชลบุรี จึงประสานการปฏิบัติกับ พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.ฯปฏิบัติราชการ ภ.2 เพื่อตรวจสอบจนทราบว่า นายเอกลักษณ์เป็นผู้มีอาชีพและให้ข้อมูลเท็จเพื่อขอรับเงินเยียวยาหรือไม่จึงออกหมายเรียกเชิญตัวมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ


จากการสอบสวน นายเอกลักษณ์ ได้ให้การว่า ทำงานในตำแหน่งนายท้ายเรือทำหน้าที่จัดการทั่วไปบนเรือ เช่น เคาะสนิม ดึงเชือก กุ๊กทำอาหารและพักอาศัยอยู่บนเรือตลอด ซึ่งตนเองเป็นพนักงานเข้างานใหม่เดือนแรกเพิ่งเข้าทำงานได้ค่าจ้างเดือนละ 13,500 บาทและตนเองอยู่ระหว่างยื่นเอกสารทำประกันสังคม ก่อนหน้านั้นเคยทำงานอยู่ที่บริษัท ค้าน้ำมันประมง แห่งหนึ่ง ต่อมาได้ลาออกจากงาน จึงว่างงานและต่อเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2563เมื่อรัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19ลงทะเบียนเพื่อรับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทตนเองจึงได้ทำการลงทะเบียนตามระบบในเวปไซต์www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อขอรับเงินเยียวยา


เนื่องจากตนพิจารณาแล้วว่าเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด19 เพราะช่วงนั้นตกงาน ไม่มีงานทำและได้ตระเวนสมัครงานไปตามบริษัทฯต่างๆ ในจังหวัดระยอง แต่บริษัทฯ ต่างๆ ได้ปิดทำการจึงได้เดินทางเข้ามาที่กรุงเทพมหานครและพักอยู่ที่บ้านพักคนเดินทางดินแดงของกรมแรงงาน ซึ่งได้จัดให้เป็นที่พักสำหรับคนตกงานในระหว่างนั้นก็ได้พยายามโทรศัพท์ไปสมัครงานหลายแห่ง แต่ส่วนมากจะปิดทำการทั้งหมด จึงได้พักอยู่ที่บ้านพักคนเดินทางกระทั่งเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 จึงได้งานใหม่ตอนนี้อยู่ระหว่างช่วงทดลองงาน


"ต่อมาตนได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2563ผ่านทางบัญชีธนาคารไทยพานิชย์ และได้แคปเจอร์สลิปโอนเงินที่ได้จากรัฐบาล นำไปโพสต์ในเฟซบุ๊คส่วนตัว ชื่อ สหายเบิร์น ในตำนาน ดังกล่าว พร้อมกับข้อความว่า "ไอ้ควายที่ไหนไม่รู้ โอนเงินมาให้ 5000 เพื่อด่าสลิ่มเห้อ สงสัยจะเป็นไอ้ควายประยุ." ทั้งนี้พอคิดได้ เกรงความผิดจึงได้ลบโพสต์ในวันเดียวกันก่อนที่จะเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตนขอยอมรับผิดทุกประการที่ทำลงไปเนื่องจากประสบปัญหาตกงาน และไม่มีงานทำ จึงเกิดความเครียด ทั้งนี้ขอกราบขอโทษพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีฯ และรัฐบาล โดยตอนนี้มีงานทำแล้ว จะแจ้งหน่วยงานภาครัฐเรื่องตนเองว่ามีประกันสังคม และจะหมดสิทธิรับเงิน 5,000 บาทถ้าหากว่าไม่ผิดเงื่อนไขคุณสมบัติก็จะขอรับสิทธิต่อไปโดยขอโทษสังคมและยอมรับในความผิดที่ได้กระทำลงไปทุกประการ" นายเอกลักษณ์กล่าว


รวบแล้ว "สหายเบิร์น ในตำนาน" ด่านายกฯรับเงิน5พัน