เนชั่นทีวี

ข่าว

ธปท.ผ่อนเกณฑ์ 'คลินิกแก้หนี้' เฟส 3

05 ก.พ. 2563 | rattana

ธปท.ผ่อนเกณฑ์ 'คลินิกแก้หนี้' เฟส 3

ธปท.ปรับเกณฑ์คลินิกแก้หนี้เปิดโอกาสกลุ่มลูกหนี้เอ็นพีแอลก่อนวันที่ 1 ม.ค.2563 และกลุ่มที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีเข้าร่วมได้ ด้านธนาคารออมสินเข้าร่วมโครงการอัดหมื่นล้านรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต หวังช่วยลดภาระหนี้ลูกหนี้

ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่ายังมีความกังวลเกี่ยวกับหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น 82% ต่อจีดีพีในปี 62 โดยปี 63 ยังไม่มีแนวโน้มว่าหนี้ครัวเรือนไทยจะลดลง ซึ่งหนี้ครัวเรือนยังมีโอกาสขยายตัวขึ้นจากการแข่งขันในตลาดสินเชื่อรายย่อยที่สูงขึ้น และพฤติกรรมการใช้จ่ายของครัวเรือนที่สูงขึ้น 
หนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากและต้องใช้เวลา ซึ่งต้องมีการแก้ไขแบบองค์รวม รวมทั้งอาศัยความร่วมมือและการผลักดันจากทุกภาคส่วน เน้นนโยบายการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เดิมที่มีอยู่ ผลักดันแนวทางเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ให้หลุดพ้นจากวังวนหนี้ เช่น โครงการคลินิกแก้หนี้ และการรีไฟแนนซ์
ธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุ สถานการณ์หนี้ครัวเรือนของประเทศที่อยู่ในระดับน่ากังวลใจ และเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มไม่สดใสนัก แบงก์ชาติเห็นว่าการแก้ปัญหาหนี้สินให้กับประชาชนเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของแบงก์ชาติ
เมื่อดูข้อมูลภาระหนี้ต่อเดือนของครัวเรือนไทยพบว่าประมาณ 40% เป็นหนี้ส่วนบุคคลเพื่ออุปโภคบริโภค ที่ระยะเวลาผ่อนสั้นและมีอัตราดอกเบี้ยแพง ซึ่งหนี้บัตร ทั้งบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดถือเป็นส่วนใหญ่ของหนี้กลุ่มนี้ตั้งแต่กลางปี 2560 สถาบันการเงินสมาชิก บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM และแบงก์ชาติได้ร่วมกันขับเคลื่อนการแก้หนี้ส่วนนี้ผ่าน 'โครงการคลินิกแก้หนี้' ซึ่งสิ้นปี 2562 สามารถช่วยประชาชนแก้หนี้บัตรไปแล้ว 3,194 ราย  
ปัจจุบันได้ขยายขอบเขตให้สามารถแก้ไขหนี้บัตรที่มีเจ้าหนี้รายเดียว และหนี้บัตรที่อยู่ในกระบวนการของศาลและมีคำพิพากษาแล้ว รวมทั้งปรับปรุงคุณสมบัติผู้เข้าโครงการจากเดิมต้องมีหนี้บัตรที่เป็น NPL ก่อน 1 ม.ค. 2562 มาเป็น 1 ม.ค. 2563 ทำให้สามารถช่วยแก้ปัญหาหนี้บัตรของประชาชนได้ในแทบทุกกลุ่ม
ด้านโชคชัย คุณาวัฒน์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน  ระบุ ธนาคารได้เข้าร่วมโครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชนในการแก้ไขปัญหาหนี้เสีย นอกจากนี้ ยังได้เริ่มโครงการ refinance หนี้บัตรดีเพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้กับประชาชนที่มีวินัยและมีประวัติการผ่อนชำระดีเยี่ยม ที่เดิมต้องจ่ายดอกเบี้ยสูง 18% หรือ 28% แต่โครงการนี้จะคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 8.5-10.5% ตามความเสี่ยง สำหรับโครงการดังกล่าวจะเริ่มเข้าร่วมได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม และคาดว่าจะใช้งบ 10,000 ล้านบาท
ทีมข่าวเศรษฐกิจ เนชั่นทีวี รายงาน

ข่าวล่าสุด