กรณียีราฟ 2 ตัวของสวนสัตว์เปิดซาฟารีเวิลด์ หลุดจากกรงของรถที่ขนส่งมาที่สวนสัตว์แห่งใหม่ที่ จ.ปราจีนบุรี โดยเบื้องต้นสามารถจับยีราฟได้แล้ว 1 ตัว ส่วนอีก 1 ตัวกำลังตามหา ขณะที่มีรายงานวา่ยีราฟ ล็อตนี้มีการขนส่งทางเครื่องบินมาจากประเทศแอฟริกาจำนวน 68 ตัว

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

นายสมเกียรติ สุนทรพิทักษ์กุล ผอ.กองคุ้มครองสัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าทางบริษัทซาฟารีเวิลด์ มีการขออนุญาตนำเข้า และส่งออกยีราฟ มาจากประเทศแอฟริกาตามระเบียบของไซเตสอย่างถูกต้อง ตามขั้นตอนของกฎหมาย เป็นเรื่องปกติของการขออนุญาตนำสัตว์ป่าจากต่างประเทศเข้ามาแสดงในสวนสัตว์เอกชน
กรณียีราฟหลุดในระหว่างการขนส่งมาจากเหตุสุดวิสัยของระบบการขนส่ง เบื้องต้นรับข้อมูลมาว่าเครื่องบินที่ขนส่งยีราฟมาเกิดดีเลย์ ทำให้ยีราฟที่ได้ยาซึมในระหว่างขนส่งระหว่างประเทศจนมาถึงไทย จนนำขนขึ้นรถบรรทุก เพื่อไปสวนสัตว์ที่ จ.ปราจีนบุรี  เกิดการฟื้นตัวเร็วขึ้น ทำให้เลยหลุดออกจากกรง ซึ่งการรับผิดชอบตอนนี้ ถือเป็นทรัพย์สินของซาฟารีเวิลด์ หากสัตว์บาดเจ็บ หรือเกิดเหตุสุดวิสัยอื่นๆ
เท่าที่ตรวจสอบการขออนุญาตนำเข้ายีราฟ จากแอฟริกา ทำอย่างถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายของไทย และของไซเตส แต่ไม่แน่ใจจำนวนกี่ตัว และเวลาที่ขอ เนื่องจากปี 2562 ไซเตส เพิ่งขึ้นบัญชียีราฟในบัญชี 2 เพื่อควบคุมการค้า การส่งออก
เมื่อถามว่าที่ไซเตสขึ้นทะเบียนยีราฟ ในบัญชี 2 จะส่งผลต่อการค้าและการคุ้มครองหรือไม่ นายสมเกียรติ กล่าวว่า เหตุผลที่ไซเตส ขึ้นบัญชีเพื่อต้องการควบคุมการค้า และการส่งออกยีราฟไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการสูญพันธ์ุ ที่ผ่านมายีราฟ ยังไม่ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และยังไม่เคยเจอปัญหาการลักลอบล่า หรือค้าเหมือนกับสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ 

ยีราฟขนาดใหญ่ จะไม่ซื้อจากต่างประเทศเพราะต้องใช้เครื่องบินพิเศษ ค่าขนส่งมีราคาแพง ในไทยบางสวนสัตว์ ส่งยีราฟไปในสวนสัตว์ประเทศเพื่อนบ้าน ทางรถยนต์ เพราะยีราฟมีความน่ารัก เป็นตัวดึงดูดให้เด็กๆมาเที่ยว
สำหรับการขึ้นทะเบียนยีราฟ ในบัญชี 2 ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) เกิดขึ้นที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2562 เพื่อให้ปกป้องสายพันธุ์ยีราฟ ในฐานะสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นครั้งแรก หลังประชากรยีราฟในธรรมชาติเหลืออยู่ไม่ถึง 100,000 ตัว สำหรับสัตว์ในบัญชี 2 หมายถึงการเพิ่มการควบคุมการค้าขายชิ้นส่วนยีราฟ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อและกระดูก
การขึ้นทะเบียนครั้งนี้จะเป็นการคุ้มครองยีราฟทั่วโลก ทำให้การซื้อขายชิ้นส่วนยีราฟทั้งเนื้อ หนัง กระดูก จะต้องได้รับอนุญาต และต้องไม่ใช่ชิ้นส่วนที่ได้มาจากการลักลอบล่าสัตว์ นอกจากนี้ ประเทศผู้อนุญาตจะต้องตรวจสอบความสมดุลของประชากรยีราฟก่อนการอนุญาตให้ส่งออก โดยเฉพาะในแอฟริกาตะวันออก ตะวันตก และแอฟริกากลาง ประชากรยีราฟลดลงถึง 40% ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา จากสาเหตุถิ่นที่อยู่อาศัยน้อยลง มีการค้าขายชิ้นส่วนยีราฟ การถูกล่าเพื่อเอาเนื้อ การล่าเพื่อความบันเทิง