เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 63 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เรียกประชุม 3 กระทรวงได้แก่กระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหามาตรการรับมือ การระบาดไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดย ในวันนี้คณะผู้เชี่ยวชาญฯได้ประกาศผลยืนยันผู้ป่วยโรคปอดอักเสบเพิ่ม รวมเป็น 8 ราย เป็นนักท่องเที่ยว ชาวจีน 7 ราย และคนไทยที่กลับจากไปเที่ยวเมืองอู่ฮั่น 1 ราย โดยผู้ป่วย 5 ราย หายดีกลับบ้านได้แล้ว อีก 3 รายยังนอนพักในห้องแยกความดันลบในโรงพยาบาล ทุกรายอาการดี รอผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการเป็นลบจึงจะให้กลับบ้านได้
ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ยกระดับการเฝ้าระวัง คัดกรองผู้ป่วยสงสัยฯ จากพื้นที่แพร่ระบาดของโรค ครอบคลุมทั้ง สนามบิน สถานพยาบาลรัฐ/เอกชน และในชุมชน ให้โรงแรมที่พักเป็นจุดเฝ้าระวังด้วย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในประเทศขณะนี้ ผู้ป่วยทั้งหมดยังเป็นผู้ป่วยที่เข้ามาจากต่างประเทศ ความร่วมมือของประชาชน ผู้ประกอบการทัวร์ โรงแรม ที่พัก เป็นเรื่องสำคัญเพื่อให้การควบคุมป้องกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันได้มีการเฝ้าระวังและคัดกรองโรคระบาดในระดับชาติแล้ว โดยอาศัยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีในการควบคุมโรคระบาดเมื่อปี 2547 ตั้งคณะทำงานระดับชาติขึ้นมา เพื่อดำเนินงานอย่างบูรณาการ ขณะนี้เที่ยวบินจากเมืองอู่ฮั่นประเทศจีนไม่มีบินลงที่ประเทศไทยแล้วแต่ยังคงต้องเฝ้าระวังเมืองรองจากอู่ฮั่น อย่างเมืองกวางเจา ที่ยังคงมีเที่ยวบินไปลงในไทยอยู่ จึงได้ทำการตรวจคัดกรองในหลายระดับตั้งแต่ ด่าน ต.ม. บริเวณที่ตรวจเช็ค Visa on arrival ของคนจีน และบริเวณประตูทางเข้าออกท่าอากาศยาน
อย่างไรก็ตามที่ประชุมองค์การอนามัยโลก มีมติเป็นเอกฉันท์ว่ายังไม่ประกาศภาวะฉุกเฉินเกี่ยวกับโรคดังกล่าว ในขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทยยังคงควบคุมโรคระบาดได้เป็นอย่างดี ยังไม่มีการระบาดจากคนสู่คนไทย สำหรับมาตรการที่ต้องขนาดถึงปิดประเทศนั้นยังคงเป็นแนวคิดที่ยังห่างไกลอยู่มาก และขอให้มั่นใจว่ารัฐบาล เห็นสุขภาพของประชาชนสำคัญที่สุด มากกว่าที่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ