เมื่อวันที่ 14 ม.ค. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เรื่องเร่งด่วนซึ่งเป็นห่วงที่สุดขณะนี้คือ การกระทบจากภัยแล้ง ทุกหน่วยงานต้องป้องกันและบรรเทาปัญหาทันที โดยระหว่างที่ต้องรอวุฒิสภาพิจารณา (ร่าง) พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ในวันที่ 20 ม.ค. นี้ให้ใช้งบประมาณปี 2562 ดำเนินการไปพลางก่อน
จากการประเมินของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ภาวะน้ำน้อยในฤดูแล้งและภาวะฝนทิ้งช่วงที่อาจเกิดขึ้นในต้นฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ จะทำให้ข้าวนาปรังปี 62/63 เสียหายได้ ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯ กําหนดแผนการเพาะปลูกข้าวนาปรังทั่วประเทศ 4.54 ล้านไร่ เพาะปลูกแล้ว 3.12 ล้านไร่หรือร้อยละ 68.72 ของแผน แต่พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในลุ่มเจ้าพระยาซึ่งไม่มีแผนทำนาปรัง กรมชลประทานไม่มีแผนจัดสรรเพื่อการเกษตร ที่ผ่านมาชาวนาเคยซื้อน้ำมาเลี้ยงต้นข้าวทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ถ้าสูบน้ำจากระบบชลประทานจะกระทบต่อแผนการบริหารจัดการน้ำอีกด้วย ส่วนไม้ผลโดยเฉพาะทุเรียนซึ่งเป็นพืชที่มีมูลค่าสูงอาจได้รับผลกระทบในเรื่องการติดดอกออกผล พืชไร่ที่สําคัญได้แก่ อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสําปะหลัง และสับปะรดจะเจริญเติบโตช้า ปริมาณผลผลิตต่อไร่และคุณภาพผลผลิตมีแนวโน้มลดลง สำหรับแหล่งปลูกกล้วยไม้ หากมีน้ำเค็มรุกจะทำให้ช่อสั้น ดอกเล็ก ไม่ได้ตามคุณภาพส่งออก รวมถึงอาจมีอาการใบไหม้ได้ ปศุสัตว์จะเจริญเติบโตช้าเนื่องจากอากาศร้อน พืชอาหารสัตว์ไม่เพียงพอ สุขภาพอ่อนแอและเจ็บป่วย ผู้เลี้ยงปลาในกระชังเสียงอาจเสียหายเนื่องจากปริมาณน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติลดลงและอากาศร้อนทําให้สัตว์น้ำเติบโตช้า