โดยครูธัญ ได้ทวิตข้อความทวีตข้อความระบุว่า "หากกะเทยมีความศรัทธาในศาสนา ทำไมสังคมบางส่วนจึงมองว่า เป็นพระตุ๊ด พระแต๋ว และไม่เหมาะสม ความศรัทธาทำไมจึงมีเรื่องเพศที่กำหนดการเข้าถึง มันไม่ควรจะเกี่ยวกับเรื่องเพศไม่ใช่หรือ"และเมื่อภาพละข้อความดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปได้มีชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ว่าการบวชไม่ผิด เพศสภาพไม่เกี่ยว แต่คิดจะแสวงธรรมะแล้วไม่ควรแต่งหน้าทาปากแดงเช่นนี้
ล่าสุด พระมหาไพรวัลย์ วรรณบุตรแห่งวัดสร้อยทอง พระอารามหลวง ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวโดยระบุว่าเข้าใจให้ถูกต้อง ก็ไม่ต้องดราม่าที่จริงก่อนที่จะมีคำถามว่า พระตุ๊ดผิดหรือไม่ผิดตรงไหน หากมีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของการบวชก็ควรต้องแสวงหาความรู้ในกฎเกณฑ์และข้อบัญญัติซึ่งเกี่ยวข้องกับการบวชให้ชัดเจนเสียก่อน อาตมาว่า ถ้าแสวงหาความรู้ที่ชัดเจนแล้ว คำถามแบบนี้ก็จะไม่เกิดในข้อพระวินัย มีการอธิบายเกี่ยวกับคำว่าบัณเฑาะก์ไว้ชัดเจนมาก ว่าหมายถึงบุคคลประเภทไหน บัณเฑาะก์อย่างไรห้ามการบวช บัณเฑาะก์อย่างไรไม่ห้ามเวลาตั้งคำถามต่อเรื่องพวกนี้ ต้องกลับไปดูคำที่ใช้ในข้อพระวินัย ไม่ใช่เอาคำไทยเป็นที่ตั้ง พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ห้าม ตุ๊ด เกย์ ไม่ให้บวชนะ ท่านใช้คำว่าบัณเฑาะก์ ซึ่งเป็นคำที่มีคำอธิบายมากกว่าแค่เรื่องของเพศสภาพแบบที่สังคมเราเข้าใจกัน บัณเฑาะก์ในทางพระวินัย หมายถึงบุคคลที่มีความบกพร่องทางเพศด้วย เช่น คนที่มีอวัยวะเพศไม่ปรากฎ