28 ต.ค. 62 - ตัวแทนเกษตรกรปลูกพืชเศรษฐกิจ เดินทางเข้าร้องต่อศาลปกครองให้ไต่สวนฉุกเฉินเพื่อพิจารณาคุ้มครองชั่วคราว กรณีการลงมติยกเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิด ของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ออกมาก่อนหน้านี้ โดย น.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง ในฐานะผู้แทนเกษตรกรเกษตรกร 6 จังหวัด รวม 1,011 คน ได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าวโพด และไม้ผล เดินทางเข้าร้องต่อศาลปกครองให้ไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อพิจารณาคุ้มครองชั่วคราว และจะมีการฟ้องกลับ 3 ส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการวัตถุอันตราย คณะกรรมการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง และนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
น.ส.อัญชุลี บอกว่า การแบนสารเคมี 3 ชนิด จะทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากต้นทุนการผลิตที่จะสูงขึ้น อีกทั้งยังไม่มีมาตรการรองรับ ทั้งการหาสารทางเลือกที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน การสนับสนุนด้านเครื่องจักรกลกำจัดวัชพืช และแรงงานที่จะใช้จัดการแปลง จึงขอศาลสืบหาความจริง และให้การคุ้มครองในคดีนี้
ทั้งนี้กลุ่มเกษตรกรต้องนำเสนอหลักฐานต่อศาลปกครองว่า การลงมติยกเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิดของคณะกรรมการวัตถุอันตรายผิดขั้นตอนกระบวนการ โดยนำมติของคณะทำงาน 4 ฝ่าย ซึ่งมีนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมมาพิจารณา ทั้งที่กระบวนการทำงานของคณะทำงานชุดดังกล่าวขัดต่อบัญชานายกรัฐมนตรี ที่ให้มีการหารือกันจาก 4 ภาคส่วน คือ รัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ซึ่งให้แสดงความคิดเห็นถึงปัญหา วิธีการและผลกระทบ เพื่อสร้างความเข้าใจกันและหาวิธีได้ แต่การประชุมของคณะทำงานดังกล่าว กลับมีองค์ประกอบของผู้เข้าร่วมประชุมไม่ครบ คือ ขาดผู้แทนผู้นำเข้า ส่วนผู้แทนเกษตรกรนั้น เป็นเกษตรกรอินทรีย์ แต่ไม่มีเกษตรกรพืชเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องใช้สารเคมี 3 ชนิดร่วมให้ความเห็น
โดยทางกลุ่มได้เตรียมพยานไว้ถึง 25 ปากเป็นนักวิชาการด้านการเกษตร จากมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐเช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นต้น จำนวน 7 ปาก มีอดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ร่วมเป็นพยานในคดีด้วย
ขณะที่ผลกระทบจากการแบนสารเคมีดังกล่าวเริ่มเห็นชัดขึ้นหลังจากที่สหรัฐคัดค้านการแบนไกลโฟเสทเนื่องจากเป็นผู้ส่งออกถั่วเหลือง และข้าวสาลี ที่มีการตัดต่อพันธุกรรม หรือ GMO และใช้ไกลโฟเสทในการปลูก ซึ่งหลังการแบน 3 สารเคมีของรัฐบาลไทย สหรัฐอเมริกาจะไม่สามารถส่งออก ถั่วเหลืองและข้าวสาลี ที่ใช้ไกลโฟเสทได้ เนื่องจากผิดสัญญา WTO ที่ระบุว่าหากประเทศใดมีการแบนสารเคมี.ผลผลิตที่ใช้สารเคมีนั้น ก็จะถูกก็จะไม่สามารถนำเข้าได้ ทั้งนี้ประเทศไทยนำเข้าถั่วเหลืองเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์มาทำนมถั่วเหลืองและอาหารสัตว์ ผลกระทบที่เกิดขึ้นทางเศรษฐกิจนี้ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
สำหรับการมายื่นในครั้งนี้ มีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เป็นที่ปรึกษาทีมทนายความ โดยกลุ่มผู้แทนเกษตรกร หวังว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินให้ชะลอการยกเลิกออกไป จนกว่าจะมีการนำเสนอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลเชิงประจักษ์อย่างรอบด้าน กำหนดมาตรการรองรับที่เหมาะสม