รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ขยายระยะเวลาเบิกจ่ายงบประมาณในวันทำการสุดท้ายของเดือน ก.ย. 2562 โครงการมารดาประชารัฐ จำนวน 1,806,738,300 บาท

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน เบิกจ่ายงบประมาณ ปี 2561 โดยใช้งบกลางที่กระทรวงการคลังอนุมัติให้ขยายระยะเวลาเบิกจ่ายงบประมาณในวันทำการสุดท้ายของเดือน ก.ย. 2562 จำนวน 1,806,738,300 บาท



"เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในโครงการเด็กและเยาวชน ได้รับการพัฒนาศักยภาพตามช่วงวัย (โครงการมารดาประชารัฐ) โดยให้เบิกจ่ายในงบรายจ่ายอื่น ซึ่งเป็นลักษณะเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดที่จะได้รับเงินต่อเนื่อง 5 เดือน (พ.ค.-ก.ย.62) เฉพาะผู้มีสิทธิ์และมีข้อมูลถูกต้องครบถ้วน จำนวน 863,803 คน" รองโฆษกรัฐบาล กล่าว


ทั้งนี้ ในส่วนของกลุ่มเด็กที่มีสิทธิ์ แต่ยังไม่มาลงทะเบียนรับสิทธิ์ในโครงการ มีจำนวนทั้งสิ้น 589,693 คน เป็นจำนวนเงิน 4,563,764,000 บาท จึงขอให้กลุ่มเด็กที่ได้รับสิทธิ์ใหม่ ที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2558 ที่มีคุณสมบัติและยังไม่ได้เคยรับสิทธิ์ ให้เร่งมาลงทะเบียน แม้อาจจะมองว่าเป็นเงินส่วนน้อย เพียงเดือนละ 600 บาท แต่ได้รับสิทธิ์ไป




การให้เงินช่วยเหลือแบ่งเป็น 3 มาตรการ



ระหว่างตั้งครรภ์รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 9 เดือน (รวมเป็นเงินสูงสุด 27,000 บาท)


เงินค่าคลอดบุตร 10,000 (จ่ายครั้งเดียว)


ค่าเลี้ยงดูบุตร 2,000 ต่อเดือน ตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 6 ขวบ ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือจาก


นโยบายมารดาประชารัฐ รวม 181,000 บาทต่อบุตร 1 คน


นอกจากเงินช่วยเหลือแล้ว ยังมีมาตรการดูแลด้านอื่นๆ เช่น




ผู้ปกครองสามารถใช้สิทธิ์ลาป่วย โดยใช้ใบรับรองแพทย์ของลูกที่ป่วยได้


-คุณพ่อสามารถลาไปช่วยเลี้ยงลูก ก่อนและหลังจากที่ภรรยาคลอดบุตรได้ไม่เกิน 30 วัน โดยยังได้รับค่าจ้าง


-จัดหาสถานที่รับเลี้ยงเด็กในที่ทำงาน หรือในชุมชนที่ได้มาตรฐาน


-พัฒนาศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศ


-ดูแลปัญหาขาดสารอาหารในเด็ก

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด