หลังจากประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐตัดสินใจสั่งให้เปิดการสอบสวนเพื่อการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากตำแหน่งเพราะต้องสงสัยว่าเขาได้ไปกดดันประธานาธิบดีวลาดิมีร์ เซเลนสกี้ ของยูเครนให้เปิดการสอบสวนกรณีการคอร์รัปชั่นในยูเครนของบุตรชายอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเด็น ที่น่าจะเป็นตัวเก็งในการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับทรัมป์ในปลายปีหน้า เมื่อวานกระทรวงยุติธรรมสหรัฐก็มีคำสั่งให้นำทรานสคริปต์การพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่าง 2 ผู้นำเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมออกเปิดเผยต่อสาธารณชน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ในการสนทนาครั้งนั้น ทรัมป์ได้ขอให้เซเลนสกี้ช่วยดูว่าโจ ไบเด็น ได้เข้ามาขัดขวางยูเครนในการสอบสวนบริษัทของลูกชายของเขาหรือไม่ อย่างใจความตอนหนึ่งเขาบอกว่า " มีการพูดกันมากเรื่องลูกชายของไบเด็นว่าเขาได้ยับยั้งการฟ้องร้อง และผู้คนมากมายก็ต้องการค้นหาในเรื่องนี้ และไม่ว่าคุณจะสามารถช่วยเหลืออะไรกับรัฐมนตรียุติธรรมได้ ก็จะเป็นสิ่งที่เยี่ยมมาก "
ก่อนหน้านี้มีการสงสัยกันว่าไบเด็น ตอนเป็นรองประธานาธิบดีสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ได้เข้าไปแทรกแซงการสอบสวนของยูเครนในกรณีของ เบอรริสม่า โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทแก๊สธรรมชาติที่มีฮันเตอร์ไบเด็นเป็นผู้อำนวยการอยู่ ทรัมป์บอกในการสนทนาว่า " ไบเด็นคุยโวไปทั่วว่าเขายับยั้งการฟ้องร้อง ดังนั้น ถ้าคุณสามารถดูในเรื่องนี้ได้ มันก็จะเป็นเรื่องนรกแตกสำหรับผม "
ทรัมป์ออกมาประกาศว่าเขาจะให้นำบทสนทนาในครั้งนี้ออกมาเปิดเผยทั้งหมด หลังเดโมแคร็ตเชื่อว่าเขากดดันยูเครนในเรื่องนี้ โดยแลกกับเงินช่วยเหลือทางการทหารประมาณ 391 ล้านดอลล่าร์ที่เขาสั่งระงับไว้ไม่กี่วันก่อนการสนทนา ขณะที่ทรัมป์บอกว่าที่ระงับเงินก้อนนี้ ก็เพราะต้องการกดดันให้ฝ่ายยุโรปลงมารับผิดชอบในส่วนนี้มากขึ้น ไม่เกี่ยวอะไรกับการกดดันยูเครน และแต่ต่อมาก็มีการปล่อยเงินก้อนนี้ การออกมาดำเนินการของฝ่ายเดโมแคร็ต มีขึ้นหลังจากได้รับข้อมูลจากคนที่ออกมาแฉรายหนึ่ง ที่จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ยินการสนทนาด้วยตัวเอง
ขณะที่ทรัมป์ยอมรับว่ามีการคุยกับผู้นำยูเครนเรื่องไบเด็น เขาปฏิเสธว่าไม่ได้ระงับเงินช่วยเหลือทางการทหารเพื่อแลกกับการสอบสวนไบเด็นครั้งใหม่ และในบทสนทนาก็ไม่มีการพูดถึงเรื่องงบในส่วนนี้ หรือการเสนอแลกเปลี่ยนตอบแทนอะไรกัน
หลังการเปิดเผยรายละเอียดในบทสนทนา ทรัมป์บอกว่าในนั้นไม่มีการกดดันอะไร และการดำเนินการของเดโมแคร็ต ก็เป็นเรื่องของการไล่ล่าแม่มดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ
ด้านเซเลนสกี้ ซึ่งอยู่ที่สหรัฐขณะที่มีการเปิดเผยรายละเอียดของบทสนทนา และได้พบกับทรัมป์นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเมื่อวาน ก็บอกว่า ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับข้อสงสัยอยู่ในทรานสคริปต์เรียบร้อยแล้ว และเมื่อถูกถามว่าเขารู้สึกถึงความกดดันเรื่องไบเด็นหรือไม่ เขาตอบว่าไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสหรัฐ เขาบอกว่ามันเป็นการพูดคุยกันตามปกติ และเขาก็ไม่ได้ไปกดดันเจ้าหน้าที่ยูเครนคนใดเรื่องการสอบสวนลูกชายไบเด็น เขาบอกด้วยว่าคนที่สามารถกดดันเขาได้ก็คือลูกชายวัย 6 ขวบของเขาเอง
ด้านทรัมป์ก็บอกว่า เขาอยากให้เซเเลนสกี้ทำเท่าที่สามารถทำได้ในเรื่องการคอร์รัปชั่น เพราะเมื่อลูกชายไบเด็นเดินออกไปจากยูเครนพร้อมกับเเงินหลายล้าน และเซเลนสกี้ไม่รู้เรื่องอะไรเลย นั่นแหละคือการคอร์รัปชั่น
ส่วนทนายความส่วนตัวของทรัมป์ รูดี้ จูเลียนี่ บอกว่าเมื่อประชาชนอ่านทรานสคริปต์บทสนทนานี้แล้ว ก็จะพากันบอกว่ามันก็เป็นเหมือนกับแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่ที่ไม่มีอะไรเลย ไม่มีการพูดถึงเรื่องความช่วยเหลือทางการทหาร หรือเรื่องหมูไปไก่มา
แต่ทางอดัม ชิฟฟ์ ประธานคณะกรรมการฝ่ายข่าวกรองสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแคร็ต บอกว่าเมื่อเห็นทรานสคริปต์แล้วรู้สึกช็อค เนื้อหาในนั้นมันแย่กว่าที่เขาและอีกหลายคนจินตนาการไว้มาก และที่ช็อคอีกอย่างก็คือทางทำเนียบขาวยังยอมให้นำมันออกเปิดเผย เขาบอกว่าสิ่งที่ทรัมป์ทำ เป็นเหมือนกับการข่มขู่สไตล์มาเฟียต่อผู้นำต่างชาติ
ด้านศาสตราจารย์วิลเลี่ยม โฮเวลล์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเมืองอเมริกันแห่งมหาวิทยาลัยชิคาโกบอกว่า แม้เดโมแคร็ตจะหวังถอดถอนทรัมป์ออกจากตำแหน่ง แต่วุฒิสภาคงไม่ลงมติว่าทรัมป์มีความผิดอย่างแน่นอนดังนั้น ประเด็นเรื่องนี้จึงน่าจะอยู่ที่ผลกระทบต่อการเลือกตั้งปีหน้ามากกว่า