20 ก.ย. 62 - นายแพทย์ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ผู้ที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง โรคหอบหืด และโรคถุงลมโป่งพอง การรักษาส่วนใหญ่ จะให้ยารับประทานควบคู่กับการปฏิบัติตัวเพื่อลดการกำเริบของโรค แต่ก็ยังมีการใช้ยาอีกรูปแบบหนึ่ง ที่แพทย์มักพิจารณาใช้ควบคู่กับยารับประทาน นั่นก็คือกลุ่มยาสูดพ่นในทางเดินหายใจ เพื่อช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้น สำหรับยาสูดพ่นในทางเดินหายใจ อาจเกิดการฟุ้งกระจายของละอองยาได้ และอาจเกิดการแพร่กระจายเชื้อของผู้ป่วยทางเดินหายใจที่มารับบริการในสถานพยาบาลที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการพ่นยาซึ่งอาจเกิดทั้งความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคที่ติดต่อได้จากการหายใจและการสัมผัส ที่ส่งผลต่อสุขภาพบุคลากรที่ปฏิบัติงานและประชาชนที่มารับบริการในสถานพยาบาล กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการควบคุมการฟุ้งกระจายของละอองยา จึงมีแนวคิดในการจัดทำนวัตกรรม "ต้นแบบตู้ควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจุดพ่นยา" (Respiratory Disease Control) โดยได้ออกแบบให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานที่ใช้งานได้ง่าย และมีความปลอดภัย