นางสาวกอบกุล โมทนา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นประธานเปิดการสัมมนาเผยแพร่องค์ความรู้ และรับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านคมนาคมขนส่งสำหรับคนทุกคน ครั้งที่ ๓ เมื่อวันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2562 ณ ห้องอินฟินิตี้ 1 (infinity 1) ชั้น G โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพโดยมีผู้แทนจากกลุ่มคนพิการและผู้สูงอายุ หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ผู้ประกอบการภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สมาคมวิชาชีพ องค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน เข้าร่วมการสัมมนาฯ ดังกล่าว นางสาวกอบกุลฯ กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติในปี พ.ศ.2564 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ประกอบกับจำนวนผู้พิการที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดอุบัติเหตุมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งรัฐธรรมนูญฯ 2560 ได้ให้ความสำคัญโดยบัญญัติให้ประชาชนต้องมีสิทธิเสรีภาพอย่างเท่าเทียม รวมทั้ง สอดคล้องและเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 2565 ที่มุ่งเน้นให้เกิด การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของคนและสร้างโอกาสความเสมอภาคเท่าเทียมกันทางสังคม ประกอบกับรัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านคมนาคมขนส่งสำหรับคนทุกคน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสู่ระบบขนส่งสำหรับคนทุกคน โดยมี สนข. ที่ได้ดำเนินแผนงานโครงการต่าง ๆ ในเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะที่ผ่านมาทั้งยุทธศาสตร์การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในภาคขนส่งสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ การจัดทำมาตรฐานยานพาหนะประเภทต่างๆ ที่สามารถรองรับคนพิการและผู้สูงอายุ การจัดทำต้นแบบอาคารสถานที่ที่ให้บริการขนส่ง ที่ปรับปรุงออกแบบตามหลัก Universal Design รวมไปถึงมาตรฐานในการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการบริการและจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนทุกคน ตลอดจนการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านคมนาคมขนส่งสำหรับคนทุกคน ซึ่งจะเป็นกรอบชี้นำเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงคมนาคมในการปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการบริการภาคขนส่งให้มีมาตรฐานรองรับคนทุกคน โดยเฉพาะคนพิการและผู้สูงอายุเพื่อยกระดับมาตรฐานระบบขนส่งสาธารณะให้เป็นระบบการเดินทางที่มีประสิทธิภาพรองรับการใช้งานของคนทุกคน ภายใต้แนวคิด "OTP : We make the best for all."
นางสาวกอบกุลฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับขอบเขตการดำเนินโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านคมนาคมขนส่งสำหรับทุกคน ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ 1) การรวบรวม วิเคราะห์ และสรุปผลข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการจัดทำแผนแม่บทฯ ประกอบด้วย การรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิและข้อมูลทุติยภูมิ 2) การศึกษาและจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านคมนาคมขนส่งสำหรับคนทุกคน โดยการวิเคราะห์ ประมวลผลข้อมูลปฐมภูมิและข้อมูลทุติยภูมิเพื่อจัดทำแผนฯ ซึ่งจะนำไปสู่กรอบชี้นำการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงสร้างพื้นฐานและการบริการภาคการขนส่งให้ครอบคลุมทั้งประเทศที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ตลอดจนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยุทธศาสตร์การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการในภาคขนส่งสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ
3) การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการศึกษา การประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน การจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความเห็นฯ การจัดกิจกรรมเผยแพร่องค์ความรู้ผลการศึกษาโครงการ และการจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายฯ การประกวดแบบ และคัดเลือกพื้นที่ในการออกแบบปรับปรุงอาคารสถานที่หรือสถานีขนส่ง 4 ภูมิภาค ได้แก่ 1) สถานีขนส่งเชียงราย แห่งที่ 2 จังหวัดเชียงราย 2) ท่าเรือเกาะลอย เทศบาลเมืองศรีราชา และท่าเรือเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี 3) สถานีรถไฟขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น และ 4) ท่าอากาศยานนานาชาติ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ จังหวัดภูเก็ต 4) การพัฒนาความรู้ ความเชี่ยวชาญทางวิชาการฯ จัดการอบรมหลักสูตรความรู้ด้านการออกแบบตรวจสอบและประเมินผลฯ และหลักสูตรการอบรมทักษะการบริการ ให้กับบุคลากรภาคการขนส่ง
นางสาวกอบกุลฯ กล่าวตอนท้ายว่า ที่ผ่านมา สนข. ได้มีการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านคมนาคมขนส่งสำหรับคนทุกคน มาแล้วจำนวน 2 ครั้ง โดยการจัดสัมมนาในครั้งที่ 3 จะเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ และรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องที่มีต่อร่างแผนแม่บทการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านคมนาคมขนส่งสำหรับคนทุกคน และเปิดโอกาสให้ผู้แทนจากทุกภาคส่วนได้ร่วมรับรู้ข้อมูล ร่วมคิด ร่วมให้ข้อคิดเห็น ซึ่ง สนข. จะนำผลการรับฟังความคิดเห็นไปพิจารณาประกอบการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านคมนาคมขนส่งสำหรับทุกคน ให้มีความสมบูรณ์และเกิดสัมฤทธิผลในการนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เกิดเครื่องมือและกลไกอันนำไปสู่การพัฒนาและยกระดับระบบคมนาคมขนส่งของประเทศให้มีประสิทธิภาพ คุณภาพ และมีความเสมอภาคเท่าเทียมอย่างยั่งยืนต่อไป