พนักงานอัยการที่ถูกอ้างถึงในคลิป ถูกระบุว่าเป็นคนเดียวกับอัยการที่ปรากฏเสียงในคลิปฉาวอีกชุดหนึ่ง เป็นบทสนทนากับตัวแทนสาวบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่โดนคดีรุกป่า โดยฝ่ายอัยการเรียกเงินเป็นตัวเลขสูงถึง 8 หลัก เพื่อทำสำนวนสั่งไม่ฟ้องบริษัทเอกชน และอ้างว่าเพื่อใช้วิ่งเต้นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไม่ให้ทำความเห็นแย้ง "คำสั่งไม่ฟ้อง" ของอัยการ ซึ่งจะทำให้คดีจบ ทำให้ผู้ว่าฯ ต้องไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้ และออกมาปฏิเสธข่าวว่าไม่เป็นความจริง ขณะที่สำนักงานอัยการสูงสุดมีคำสั่งย้ายอัยการที่ถูกอ้างถึงในคลิป และสั่งตั้งกรรมการสอบสวน พร้อมทั้งเพิ่มประเด็นที่ตบทรัพย์ในคดีอาวุธปืน ให้สอบสวนไปพร้อมกันด้วย และยังฝากให้ผู้เสียหายที่ถูกเรียกเงินเข้าแจ้งความหรือให้ข้อมูลกับสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อเป็นหลักฐานในการสอบสวนต่อไป
หนึ่งในครอบครัวจำเลยคดีอาวุธปืน ซึ่งสุดท้ายโดนโทษจำคุก ทั้งๆ ที่ไม่ได้ฆ่าใครตาย แต่ไม่ยอมจ่ายเงิน 5 แสนบาทเพื่อล้มคดี กล่าวกับ "เนชั่นทีวี" ว่า ครอบครัวยืนยันจะต่อสู้เรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพราะต้องการให้อัยการ และตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินถูกลงโทษ ให้หลุดจากตำแหน่ง โดยเห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการสมรู้ร่วมคิดกันทั้งอัยการและตำรวจ เพราะสำนวนการสอบสวนที่เป็นคำฟ้องคดี ทางครอบครัวได้เก็บไว้ ทั้งหมด และเมื่อดูสำนวนแล้ว มีการเขียนอย่างจงใจกลั่นแกล้งให้ได้รับโทษสูงเกินกว่าเหตุ
นอกจากนั้น ระหว่างต่อสู้คดี ทางครอบครัวจำเลยได้นำเอกสารส่งให้ศาลชั้นต้น เพื่อยืนยันว่าตัวจำเลยมีอาการป่วยทางจิต แต่กลับไม่มีการนำหลักฐานชิ้นนี้ขึ้นมาพิจารณา สำหรับโทษที่ได้รับ คือ ศาลตัดสินจำคุก 6 เดือน แต่เมื่อรับสารภาพ ทำให้เหลือโทษจำคุก 3 เดือน พร้อมยึดอาวุธปืน
ส่วนเรื่องอาวุธปืนนั้น ครอบครัวของจำเลย ยืนยันว่า เป็นปืนที่ถูกต้องตามกฎหมาย และสถานการณ์ขณะนี้่ยังดีที่ได้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ทางครอบครัวจึงส่งตัวจำเลยไปรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่ง