วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ ประกาศขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการแบน ไม่ให้ หัวเว่ย (huawei) และบริษัทในเครือซื้อชิ้นส่วนและเทคโนโลยีจากบริษัทเอกชนในสหรัฐฯ ออกไปอีกเป็นเวลา 90 วัน จากเดิมที่สิ้นสุดในวันที่ 19 สิงหาคม ออกไปเป็นวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ เพื่อให้ลูกค้าของหัวเว่ยในสหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายในชนบทได้มีเวลาปรับตัว
แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ จะขึ้นบัญชีดำบริษัทในเครือของหัวเว่ยอีก 46 บริษัท จากเหตุผลด้านความมั่นคง ทำให้ตอนนี้มีบริษัทในเครือหัวเว่ยที่ถูกขึ้นบัญชีดำโดยสหรัฐฯ เกิน 100 บริษัทแล้ว โดยรายชื่อล่าสุดรวมถึงบริษัทลูกของหัวเว่ยในหลายประเทศ อาทิ จีน, อินเดีย, ออสเตรเลีย, และฝรั่งเศส เป็นต้น
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีหัวเว่ยถือเป็นความตั้งใจของรัฐบาลในการแสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจในการเจรจาการค้ากับรัฐบาลจีน แม้ทรัมป์กล่าวล่าสุด ไม่ต้องการให้สหรัฐฯ ทำธุรกิจกับหัวเว่ยก็ตาม
ขณะที่หัวเว่ยออกแถลงการณ์ตอบโต้การตัดสินใจของสหรัฐฯ ระบุว่า การเลื่อนมาตรการแบนเป็นการชั่วคราวนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของหัวเว่ยอย่างมีนัยสำคัญทั้งในทางบวกหรือทางลบ เพราะที่ผ่านมาสหรัฐฯ ปฏิบัติต่อหัวเว่ยอย่างไม่เป็นธรรมมาโดยตลอด และการตัดสินใจล่าสุดก็ยังคงมีแรงจูงใจทางการเมืองมากกว่าจะมาจากเรื่องความมั่นคง
ด้านบริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ พยายามล็อบบี้รัฐบาล ไม่ให้แบนการทำธุรกิจกับหัวเว่ยทั้งหมด โดยขอให้ยกเว้นสินค้าที่ไม่กระทบต่อความมั่นคง นอกจากนี้เอกชนในสหรัฐฯ ยังได้ยื่นขออนุญาตขายเทคโนโลยีให้กับหัวเว่ยแล้วกว่า 50 รายการ แต่จนถึงขณะนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ยังคงไม่ยอมอนุมัติแม้แต่รายการเดียว