เนชั่นทีวี

ข่าว

‘โรคใหม่’ ใน ‘โลกใหม่’

03 ส.ค. 2562 | rattana

‘โรคใหม่’ ใน ‘โลกใหม่’

จากการประมาณการณ์ทั่วโลกโดยองค์กรอนามัยโลกพบว่า มีคนจำนวน 1 ใน 4 ประสบกับความผิดปกติทางจิต ชีวิต แล้วทำไมมนุษย์จึงใช้ชีวิตอยู่บนโลกใหม่ใบนี้โดยให้ความสำคัญกับโรคทางจิตใจตนเองเป็นลำดับท้าย ๆ ทั้งที่ควรจะเป็นอันดับต้น

โรคจริงหรือโรคหลอก
ในวันนี้ที่ใคร ๆ ต่างรู้สึกว่าตนเองเข้าข่าย โรคซึมเศร้าแต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่อาจเป็นเพียง ภาวะชั่วคราว ที่เกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคน
โรคซึมเศร้าเป็นโรคซึ่งติด 1 ใน 10 ที่ก่อให้เกิดความทุพพลภาพสูงสุดกระทบกับคุณภาพชีวิต และเป็นภาระทางสังคมอย่างแท้จริง
โรคซึมเศร้าต้องมีอารมณ์รุนแรงและต่อเนื่อง(มากกว่า 2 สัปดาห์) อารมณ์นั้นจะต้องกระจายตัวแทรกซึมไปกับเหตุการณ์ในชีวิตและต้องแรงมากพอที่จะกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน
หน่ายกับสิ่งที่เคยชอบหรืออยากทำรู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่มีความสุข ขี้หลงขี้ลืมและขาดความมั่นใจที่เคยมี
สิ้นหวังกับทุกสิ่งอย่างและคิดว่าไม่มีทางที่อะไรๆ จะดีขึ้น
มีอาการทางกาย นอนไม่หลับนิสัยการกินผิดปกติไปจากเดิม ปวดหัวหรือปวดท้อง
ที่กล่าวมาด้านบนนี้เป็นเพียง กรอบความคิด ของโรคหากต้องการชี้ชัดจะต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการจากผู้เชี่ยวชาญอย่างจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา
รายงานทบทวนการสำรวจประชากรของกลุ่มประเทศยุโรปพบว่าโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่โรคทางจิตที่ พบบ่อยมีจำนวนมากขึ้นสัมพันธ์กับระดับการศึกษาน้อยขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค และการว่างงานรวมถึงการอยู่อย่างโดดเดี่ยวในกลุ่มผู้สูงอายุ นั่นแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าคนในช่วงอายุใดก็ สามารถ เป็นโรคทางจิตได้เท่าเทียมกัน
พฤติกรรมและทัศนคติในการเลี้ยงดูลูกสภาพความเป็นอยู่ สุขภาพกายและจิตของพ่อแม่มีส่วนต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคทางจิตต่อผุ้ที่ได้รับการเลี้ยงดู
ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมักส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพจิตยังคงอยู่แม้เวลาผ่านไป
ปัจจัยระดับชาติที่ต้องการการพัฒนาและแก้ไขเร่งด่วนคือ ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การแบ่งแยกกีดกัน นโยบายการศึกษา บริการสุขภาพและนโยบายคุ้มครองทางสังคม
อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ที่ลดลงและไม่คงที่แสดงให้เห็นว่าความวุ่นวายทางการเมือง สังคมและเศรษฐกิจส่งผลต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกาย
โรคจิตเวชนำไปสู่รายได้และการมีงานทำน้อยลงทำให้เกิดภาวะยากจนมากขึ้น สุดท้ายก็จะย้อนกลับมาเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคจิตเวชเช่นเดิม
5 อันดับปัญหาที่คนโทรเข้าสายด่วนสุขภาพจิต1323 มากที่สุด (ภาพรวม)
รวม 70,534 ครั้ง แบ่งเป็นเพศชาย 24,419คน เพศหญิง 42,891 คน ไม่ระบุเพศ 3,224คน  วัยรุ่น (15-21 ปี) 13,856 คน
มีความเครียดหรือวิตกกังวล 23,537 คิดเป็นร้อยละ35.33
มีปัญหาทางจิตเวช 20,771 คิดเป็นร้อยละ 31.18
มีปัญหาความรัก 7,177 คิดเป็นร้อยละ 10.77
มีปัญหาซึมเศร้า 5,793 คิดเป็นร้อยละ 8.70
มีปัญหาครอบครัว 3,941 คิดเป็นร้อยละ 5.92

ข่าวล่าสุด