ทั้งนี้ มีเหตุพบกระเป๋าต้องสงสัย ใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิงค์ หัวหมาก เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบ
ล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่บีทีเอส ว่า พบวัตถุต้องสงสัย ลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมคล้ายพัสดุ ขนาดประมาณ 3x3 นิ้ว สีดำ วางอยู่ใต้บันไดเลื่อนทางขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง ซอยสีลม 2/1 แขวงสีลม เขตบางรัก
โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อเวลา10.00 น. จนท.บีทีเอสได้เดินตรวจตรา แต่ยังไม่พบวัตถุต้องสงสัยใด ๆ กระทั่งช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ที่ผ่านมา พบวัตถุต้องสงสัย คาดว่าน่าจะนำมาวางไว้หลัง 10.00 น. จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยอยู่ระหว่างประสานหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดและตรวจสอบวัตถุระเบิด หรือ อีโอดี เข้าตรวจสอบ
ด้าน ร.ต.อ.สามารถ นามโพธิ์ รองสว.กลุ่มงานเก็บและตรวจสอบวัตถุระเบิด กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กล่าวภายหลังตรวจสอบว่า วัตถุต้องสงสัยดังกล่าวเป็นกล่องนาฬิกาเปล่า ที่ภายในไม่ได้บรรจุอะไร ไม่ทราบว่ามีใครนำมาวางไว้ตอนไหน ตอบไม่ได้ว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ไม่หวังดีหรือไม่
ส่วนทาง พ.ต.อ. ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก เปิดเผยว่า ขั้นตอนต่อไปคือการตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบ เพื่อค้นหาบุคคลที่เป็นเจ้าของกล่องใบนี้ว่าลืมทิ้งไว้หรือมีเจตนานำมาทิ้งไว้เพื่อสร้างสถานการณ์ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานเก็บรวบรวมพยานหลักฐานรวมทั้งสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พญาไท ยังรอให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการซ่อมแซ่มสายไฟและสายสัญญานเคเบิลต่าง ๆ ออกก่อนเพื่อที่จะเข้าไปเก็บหลักฐานกล้องวงจรปิด โดยทางเจ้าหน้าที่จะทำการเก็บหลักฐานอีกครั้ง ซึ่งจะต้องใช้เวลา 1 - 2 วัน จะแล้วเสร็จ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วัตถุต้องที่สงสัยคล้ายส่วนประกอบระเบิดที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุไฟไหม้ทั้ง 3 แห่ง จากการตรวจสอบพบว่าเป็นแผงวงจรที่ใช้ในการตั้งเวลาผูกติดกับก้อนแบตเตอรี่คล้ายกับพาวเวอร์แบงค์ ซึ่งพ่วงต่อกับปุ๋ยยูเรียสารเคมีที่มำให้เกิดระเบิดในลักษณะเปลวไฟได้ โดยคนร้ายตั้งเวลาให้ระเบิดลูกแรกที่อาคารดีดีเฮ้าส์ทำงานก่อนประมาณ ครึ่งชั่วโมง จากนั้นระเบิดอีก 2 ลูกที่วางไว้อีก2จุดในที่เกิดเหตุอีก 2 แห่ง บริเวณใกล้เคียงจึงเริ่มทำงานต่อ โดยเป้าหมายของคนร้ายในการก่อเหตุในพื้นที่ย่านประตูน้ำนี้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์มากกว่าเป็นการประสงค์เอาชีวิต ทั้งนี้การต่อวัตถุระเบิดแบบดังกล่าวคล้ายกับเหตุการณ์ระเบิดป่วนภาคใต้ตอนบน จำนวน 7 จังหวัด เมื่อปี 2559
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ผลสรุปข้อมูลทางการจากอีโอดี(ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ)
- วัตถุต้องสงสัยหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันเป็นระเบิด
- ระเบิดที่หน้าศูนย์ราชการ อาการ B มี 2 ลูก ระเบิดทั้ง 2 ลูก
- ระเบิดที่หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย มี 2 ลูก ระเบิด 1 ลูก กู้ได้ 1 ลูก
- ระเบิดย่านช่องนนทรี 2 ลูก ระเบิดทั้ง 2 ลูก
- ระเบิดที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ศรีสมาน ตรวจแล้วไม่ใช่ระเบิด
**จุดอื่นๆ ไม่ใช่ระเบิด เป็นวัตถุต้องสงสัย มีทั้งจงใจและไม่จงใจ
***ระเบิดทุกจุดมีลักษณะเดียวกันกับที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เชื่อว่าเชื่อมโยงกัน