โดยทนายความด้านสิทธิมนุษยชน และเลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) นายวิญญัติ ชาติมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่ นางสาวณัฎฐธิดา หรือ แหวน มีวังปลา พยานปากสำคัญคดี 6 ศพ วัดปทุมวนาราม เมื่อปี 2553 กล่าวหาทางทีมทนายทิ้งคดี และไม่คืนเอกสารสำคัญในการต่อสู้ รวมถึงพยายามมุบมิบเงินบริจาค จำนวน 9 แสนกว่าบาทนั้น ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง
นายวิญญัติ กล่าวว่า กรณีเอกสารที่บอกว่าสำคัญนั้น ซึ่งในเชิงคดีไม่ได้มีสาระสำคัญ หากสำคัญคงมีเพียงจดหมายส่วนตัวของแหวนที่เขียนถึงตน เพื่อบอกว่าต้องการอะไรหรืออยากได้อะไรระหว่างถูกจำคุก หรือให้ช่วยเหลือในการต่อสู้คดีเท่านั้น ดังนั้น หากอยากได้ตนยินดีที่จะคืนให้
ส่วนในเรื่องของเงินประกันตัวนั้น ทางทีมทนายได้เปิดบัญชีขึ้นมารับบริจาคจากประชาชนเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกดำเนินคดีซึ่งรวมถึง แหวน โดยเงินดังกล่าวคล้ายกับกองทุนยุติธรรม และเงินจำนวนนี้ก็ยังคงอยู่ในศาลทหาร เมื่อใช้เสร็จก็ต้องคืนให้กับผู้บริจาค 3 กลุ่ม คือ กลุ่มให้แล้วขอคืน / กลุ่มที่ให้แล้วขอคืน เมื่อคืนไปแล้วก็ส่งกลับมายัง สกสส. ใช้สู้คดีต่อ และกลุ่มที่ให้แล้วไม่ประสงค์จะเรียกรับคืน ซึ่งมีผู้ประสงค์รับคืนแล้วประมาณ 6-7 แสนบาท
อย่างไรก็ตาม เงินจำนวนนี้แหวนทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นเงินมาจากการเปิดรับบริจาค ดังนั้น ต้องคืนให้กับผู้บริจาคทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยตั้งแต่เปิดรับได้กำชับให้ผู้บริจาคถ่ายหลักฐานส่งมาให้ทั้งเฟซบุ๊กกลุ่มรวมถึงส่งอีเมล์มา และการอ้างว่าหากไม่มีเงินประกันก็จะถูกคุมขังอีก จึงจำเป็นต้องไปยืมเงินมาอีก 1 ล้านบาท ซึ่งส่วนตัวไม่ทราบว่าทำไม
เลขาธิการ สกสส. ย้ำว่าทาง สกสส. ไม่เคยทิ้งคดี และช่วยเหลือด้านคดีมาตลอดตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ แหวน ได้มีการจัดหาทีมทนายใหม่โดยไม่แจ้งให้กับ สกสส. รับทราบ ซึ่งเรื่องการตั้งทนายใหม่ไม่ใช่ปัญหา แต่มีเงื่อนไขต้องไม่กระทบกับรูปคดี แต่เมื่อแหวนไม่แจ้ง ถือเป็นการไม่ให้เกียรติ จึงได้ถอนตัวแต่เกิดขึ้นภายหลัง แหวน มีทีมทนายใหม่แล้ว
ล่าสุดจากการสอบถามแกนนำนปช.และแกนนำคนเสื้อแดงหลายๆ กลุ่ม ปรากฏว่าส่วนใหญ่สงวนท่าที ไม่ยอมแสดงความเห็นกรณี "แหวน" ณัฎฐธิดา มีวังปลา พยานปากสำคัญคดี 6 ศพวัดปทุมวนาราม ออกมาร้องเรียนว่าถูกทนายเสื้อแดงทิ้งคดี และไม่ได้รับเงินบริจาคที่ระดมกันเพื่อช่วยเธอให้ได้รับการประกันตัว
แกนนำเสื้อแดงคนหนึ่ง บอกว่า แหวนติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังทุกคน ทุกกลุ่ม รวมถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง แม้ว่าจะโดนคดี 112 และคดีก่อวินาศกรรมก็ตาม ทำให้หลายคนรู้สึกอึดอัดที่จะแสดงตัวเพื่อช่วยเหลือแหวน ขณะที่บทบาทของทนายความด้านสิทธิมนุษยชน และสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ หรือ สกสส. ที่ช่วยคดีแหวนอยู่ก่อนหน้านี้นั้น ก็ช่วยทำคดีคนเสื้อแดงอีกจำนวนมาก ฉะนั้นหากแกนนำแสดงท่าทีรับฟังแหวนมากเกินไป ก็อาจผิดใจกับกลุ่มทนาย สกสส.ได้เช่นกัน ทางแกนนำจึงต้องระมัดระวังเรื่องการแสดงบทบาท เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหวทางความรู้สึก และจุดนี้เองที่อาจทำให้แหวนเข้าใจผิด คิดว่าถูกลอยแพ ทิ้งคดี ไม่มีใครช่วยเหลือ