นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าการเจรจาว่าด้วยกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและระเบียบปฏิบัติการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค หรือ อาร์เซ็ป ซึ่งการเจรจารอบล่าสุดที่เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่3 ก.ค. 2562ประเทศสมาชิกสามารถหาข้อสรุปร่วมกันในประเด็นการพิสูจน์ถิ่นกำเนิดสินค้า (Proofof Origin) ซึ่งเป็นประเด็นข้อขัดแย้งระหว่างประเทศสมาชิกมาอย่างยาวนานได้
ทั้งนี้ สมาชิกอาร์เซ็ป ซึ่งประกอบด้วยอาเซียนออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี และนิวซีแลนด์ รวม 16 ประเทศได้บรรลุข้อตกลงที่จะใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate ofOrigin) การรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองโดยผู้ส่งออกที่ได้รับการรับรอง(Self Certification by Approved Exporter) หรือการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองโดยผู้ส่งออกหรือผู้ผลิต(Self Certification by Exporter or Producer) สำหรับเป็นเอกสารในการพิสูจน์ถิ่นกำเนิดสินค้าต่อศุลกากรประเทศผู้นำเข้าเพื่อขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้ความตกลงอาร์เซ็ป
"การที่ประเทศสมาชิกอนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกรูปแบบการพิสูจน์ถิ่นกำเนิดสินค้าจากรูปแบบที่ระบุไว้ข้างต้นย่อมช่วยยกระดับการอำนวยความสะดวกให้แก่ภาคธุรกิจ โดยสามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะสมมิได้ถูกจำกัดว่าต้องใช้รูปแบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าใดเป็นการเฉพาะซึ่งจะทำให้การค้าขายในประเทศสมาชิกอาร์เซ็ป มีความคล่องตัวและทำให้การค้าขยายตัวได้เพิ่มขึ้น รวมถึงการค้าของไทยกับสมาชิกอาร์เซ็ป" นายอดุลย์กล่าว
นอกจากประเด็นการพิสูจน์ถิ่นกำเนิดสินค้าแล้วที่ประชุมยังบรรลุข้อตกลงเพิ่มเติมอีก 3 มาตรา คือ 1.การคำนวณสัดส่วนวัตถุดิบภายในภูมิภาค (RegionalValue Content: RVC) ซึ่งอนุญาตให้เลือกได้ว่าจะใช้วิธีการคำนวณทางตรง(Direct Method) หรือวิธีการคำนวณทางอ้อม (IndirectMethod) 2.ความลับ ซึ่งกำหนดพันธะหน้าที่ของประเทศสมาชิกในการรักษาความลับ กล่าวคือเมื่อประเทศสมาชิกได้รับข้อมูลใดๆ จากประเทศสมาชิกอื่นๆซึ่งมีการระบุว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับ ประเทศสมาชิกที่รับข้อมูลจะต้องเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับโดยให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบภายในของตน
และ 3.แนวทางการบริหารจัดการสินค้าหรือวัตถุดิบที่เหมือนกันจนไม่สามารถจำแนกได้และสามารถใช้แทนกันได้โดยสมบูรณ์กล่าวคือ หากมีการนำสินค้าหรือวัตถุดิบที่เข้าข่ายข้างต้นมาผสมกันระหว่างสินค้าหรือวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติถิ่นกำเนิดสินค้าและขาดคุณสมบัติถิ่นกำเนิดสินค้าอนุญาตให้ใช้วิธีการบริหารสินค้าคงคลังตามหลักการทางบัญชีที่ได้รับการยอมรับในประเทศสำหรับจำแนกระหว่างสินค้าหรือวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติถิ่นกำเนิดสินค้าและขาดคุณสมบัติถิ่นกำเนิดสินค้า
"การเจรจาจัดทำกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและระเบียบปฏิบัติการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าได้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเจรจาแม้ว่ายังมีประเด็นที่ต้องหารือเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันอีกหลายประเด็นหากแต่การบรรลุข้อตกลงร่วมกันในประเด็นรูปแบบของการพิสูจน์ถิ่นกำเนิดสินค้าในการประชุมรอบนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยไขปัญหาและสนับสนุนการเจรจาหาข้อสรุปในประเด็นที่เกี่ยวข้องกรมการค้าต่างประเทศมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันการเจรจาจัดทำกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและระเบียบปฏิบัติการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าไปในทิศทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกอบการไทยและบรรลุข้อตกลงตามเป้าหมายเวลาที่ผู้นำประกาศไว้ในวาระการประชุมสุดยอดอาเซียนเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2562"นายอดุลย์ กล่าว