น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพรผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าได้ทำการศึกษากรณีที่สหภาพยุโรปและเวียดนามลงนามความตกลงการค้าเสรี (EVFTA) และข้อตกลงการคุ้มครองการลงทุนเวียดนาม-สหภาพยุโรป(EVIPA) เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2562 ซึ่งเป็น FTAที่มีความทะเยอทะยานและมีขอบเขตครอบคลุมที่สุดที่สหภาพยุโรปเคยเจรจากับประเทศกำลังพัฒนามีเนื้อหาทั้งการเปิดตลาดสินค้า บริการ และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐตลอดจนประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกับการค้า เช่น การพัฒนาที่ยั่งยืนมีการลดภาษีกว่า 99% ของสินค้านำเข้าจากทั้งสองประเทศ
ทั้งนี้ เมื่อความตกลงมีผลบังคับใช้เวียดนามจะลดภาษีทันที 65%ของสินค้าส่งออกจากสหภาพยุโรป และจะทยอยลดภาษีสินค้าที่เหลือภายใน 10 ปีสหภาพยุโรปจะลดภาษีทันที 71%ของสินค้าส่งออกจากเวียดนาม และจะทยอยลดภาษีสินค้าที่เหลือภายใน 7 ปีสำหรับข้อตกลง EVIPA ที่ได้ลงนามในคราวเดียวกันจะช่วยให้เวียดนามพัฒนากรอบด้านการลงทุนและการใช้กฎหมายให้มีความโปร่งใส เพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป
อย่างไรก็ตามคาดว่าสหภาพยุโรปจะใช้ความตกลง EVFTA เป็นต้นแบบในการเจรจากับไทย โดยเฉพาะการผลักดันประเด็นที่สหภาพยุโรปให้ความสำคัญเช่น การเปิดตลาดยา รถยนต์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์การเปิดเสรีภาคบริการและการลงทุน การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาการเข้าสู่ตลาดการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การระงับข้อพิพาทในการลงทุนรวมทั้งการปฏิบัติตามพันธกรณีขององค์การระหว่างประเทศต่างๆ
นอกจากนี้ ผลจากการวิเคราะห์ พบว่าเมื่อความตกลง EVFTA มีผลบังคับใช้ อาจทำให้เวียดนามได้เปรียบไทยในการแข่งขันในตลาดสหภาพยุโรปจากความสามารถทางการแข่งขันด้านราคาที่สูงกว่าสินค้าไทยเนื่องจากได้เปรียบจากข้อยกเว้นด้านภาษีนำเข้า อีกทั้งยังใช้สิทธิ GSP ซึ่งไทยถูกตัดสิทธิไปแล้วตั้งแต่ปี2558
"เวียดนามคาดว่าข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นโอกาสในการเข้าถึงตลาดสหภาพยุโรปที่มีประชากรกว่า508 ล้านคน มีมูลค่า GDP ประมาณ 18 ล้านล้านดอลลาร์ โดยได้คาดการณ์ว่าการส่งออกของเวียดนามไปสหภาพยุโรปจะเพิ่มขึ้น4-6%เป็นมูลค่า 19 พันล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับการไม่มีข้อตกลงเขตการค้าเสรีและคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 75 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2571 โดยข้อตกลง EVFTA จะช่วยส่งเสริมการส่งออกของเวียดนามโดยเฉพาะสินค้าเกษตรและสินค้าประมงและสัตว์น้ำ"
อย่างไรก็ดี จากการวิเคราะห์ของ สนค.ตัวอย่างกลุ่มสินค้าที่ไทยน่าจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ ยานพาหนะและส่วนประกอบเวียดนามมีการออกกฎหมาย Decree 116 หากรวมกับผลจากความตกลง EVFTAแล้ว ผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไทยต้องพร้อมรับมือกับผลกระทบจากการย้ายฐานการผลิตรถยนต์ไปยังเวียดนามรวมทั้งควรเร่งปรับตัววางแผนการผลิตและการตลาดเพื่อเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสู่อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า เวียดนามมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้นและอาจได้รับผลกระทบจากการย้ายฐานการผลิตไปเวียดนามไทยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาทักษะด้านแรงงานใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันเครื่องนุ่งห่ม
"ความตกลง EVFTA จะเอื้อประโยชน์ให้แก่สินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของเวียดนามเข้าสู่ตลาดยุโรปมากขึ้นเวียดนามยังได้เปรียบไทยในด้านค่าจ้างแรงงานที่มีราคาต่ำกว่า และมีแรงงานจำนวนมากผู้ประกอบการเครื่องนุ่งห่มไทยต้องนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย การใช้เส้นใยที่มีคุณสมบัติพิเศษรวมทั้งการสร้างแบรนด์เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกและขยายฐานการตลาดให้กว้างขึ้นด้วยการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์"
สำหรับข้าวไทยยังมีข้อได้เปรียบด้านการเป็นที่รู้จักและการได้รับการยอมรับในคุณภาพของข้าวหอมมะลิไทยจึงควรมีการพัฒนาการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดยุโรปและการประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์ของข้าวหอมมะลิไทยที่แตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นให้สามารถเพิ่มโอกาสการส่งออกข้าวที่มีราคาสูง รวมทั้งสำหรับตลาด niche เช่นข้าวอินทรีย์และข้าวสีต่างๆ รวมทั้งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่นบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้ในการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในอาหารให้แก่ผู้บริโภคผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแปรรูป ได้แก่ กุ้ง ปลา ปลาหมึก เวียดนามมีการคาดการณ์ว่า
การส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำของเวียดนามปี2562 จะมีแนวโน้มเติบโตสูงมากจากความตกลง EVFTA ผู้ประกอบการไทยจึงควรเข้าใจแนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคของชาวยุโรปพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อส่งออกสินค้าได้ตรงกับความต้องการของตลาดให้ความสำคัญกับการรักษาทรัพยากรทางทะเลและการทำประมงอย่างถูกกฏหมายอัญมณีและเครื่องประดับ ตลาดส่งออกที่สำคัญของไทยในยุโรป คือ เยอรมนีและยังเป็นตลาดที่สามารถขยายตัวได้ผู้ประกอบการไทยต้องเข้าใจถึงสภาพตลาดและติดตามการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้บริโภคยุโรปเพื่อที่สามารถออกแบบและส่งออกสินค้าได้ตรงกับความต้องการโดยสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยมีจุดแข็งด้านฝีมือของช่างผู้ผลิตและคุณภาพของสินค้า
ขณะเดียวกันเวียดนามก็เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทยการที่สินค้าจากสหภาพยุโรปได้เปรียบจากข้อยกเว้นด้านภาษีนำเข้าสินค้าจากเวียดนามอาจทำให้สินค้าไทยบางรายการแข่งกับสหภาพยุโรปในตลาดเวียดนามได้ลดลง ได้แก่ รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ ก่อนที่ความตกลง EVFTAจะมีผลบังคับใช้เวียดนามถูกจัดอันดับโดยธนาคารโลกให้อยู่ในกลุ่มที่มี GNI per capita ระดับปานกลางค่อนข้างต่ำ(Lower middle income) จึงได้รับสิทธิพิเศษ GSP จากสหภาพยุโรปดังนั้นนักลงทุนจากต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในเวียดนามก็สามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษีได้
น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวว่า สนค.ได้วิเคราะห์รายได้ประชาชาติต่อหัวของเวียดนามจากข้อมูลในอดีตจนถึงปัจจุบัน พบว่าเวียดนามจะเข้าสู่ประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลางค่อนข้างสูง (Upper MiddleIncome) ในช่วงปี 2569-2573 (7 11ปี ข้างหน้า) จึงคาดการณ์ได้ว่าเวียดนามมีความเป็นไปได้ที่จะถูกสหภาพยุโรปตัดสิทธิพิเศษ GSP ในอนาคต
"สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้ากระทรวงพาณิชย์ จะดำเนินการติดตามสถานการณ์และผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ การค้าและการส่งออกของไทยจากความตกลงการค้าเสรีดังกล่าวเพื่อสร้างความพร้อมในการรับมือให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการทุกภาคส่วนของไทย"