เนชั่นทีวี

ข่าว

วีซ่า ผนึก เรเซอร์ เพย์ อี-วอลเลต ใช้จ่ายผ่านเครือข่ายของวีซ่า 54 ล้าน ร้านค้าทั่วโลก

25 มิ.ย. 2562 | tananya_nak

วีซ่า ผนึก เรเซอร์ เพย์ อี-วอลเลต ใช้จ่ายผ่านเครือข่ายของวีซ่า 54 ล้าน ร้านค้าทั่วโลก

เรเซอร์ (Razer) แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกสำหรับเกมเมอร์ร่วมกับ วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิตอลระดับโลก ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจอย่างเป็นทางการในการปฏิวัติอุตสาหกรรมเกมส์ให้ผู้ใช้งาน เรเซอร์ เพย์ (Razer Pay) สามารถเข้าถึงเครือข่ายของวีซ่าทั่วโลกได้อย่างเต็มที่

ความร่วมมือในครั้งนี้จะเปิดทางให้ เรเซอร์ ฟินเทค (Razer Fintech) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านเทคโนโลยีทางการเงินภายใต้การบริหารงานของเรเซอร์เข้าร่วมโครงการ วีซ่า ฟินเทค ฟาสแทรค (VisaFintech Fast-track) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้กลุ่มฟินเทคสามารถเข้าถึงเครือข่ายการชำระเงินทั่วโลกนอกจากนั้นความร่วมมือในครั้งนี้ยังได้ผนวกโซลูชันการเติมเงินจากวีซ่าและฝังเข้าไปใน เรเซอร์ เพย์ อี-วอลเลท (Razer Pay e-wallet) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานเรเซอร์ กว่า 60 ล้านราย สามารถใช้จ่ายบนเครือข่ายร้านค้าของวีซ่ากว่า 54 ล้าน ร้านค้าทั่วโลก

คริส คลาร์ก ประธานบริหารวีซ่าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า "เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับเรเซอร์ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อเพิ่มตัวเลือกการชำระเงินแบบดิจิตอลให้แก่ผู้บริโภคการประกาศความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำจุดยืนของวีซ่า ที่มุ่งมั่นในการช่วยเร่งศักยภาพการเติบโตด้านระบบดิจิตอลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นอกจากนี้ วีซ่า และ เรเซอร์ ฟินเทคยังได้เพิ่มโอกาสด้านการใช้จ่ายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่สำหรับกลุ่มเกมเมอร์แต่ยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มคนที่อยู่นอกระบบธนาคารและผู้ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงระบบการชำระเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนมากอีกด้วย"


มิน-เลียง ตันผู้ร่วมก่อตั้ง และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เรเซอร์ กล่าวว่า "เรเซอร์ ฟินเทค ถือเป็นกลุ่มธุรกิจหลักของ เรเซอร์ ที่มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถของการชำระเงินในรูปแบบดิจิตอลสำหรับตลาดที่เกิดใหม่ภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรารู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสเป็นตัวกลางในการสร้างนวัตกรรมด้านการชำระเงินที่เชื่อมโยงผู้ใช้งานนับล้านเข้ากับเครือข่ายร้านค้าทั่วโลกของวีซ่าซึ่งการร่วมมือทางธุรกิจกับวีซ่าในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับให้ เรเซอร์ ฟินเทค กลายเป็นเครือข่ายการชำระเงินดิจิตอลที่เชื่อมต่อออฟไลน์มาออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคฯอีกด้วย"

เรเซอร์ ฟินเทค และ วีซ่าได้ร่วมบูรณาการโซลูชั่นบริการเติมเงินของวีซ่าภายใต้แบรนด์สุดเอ็กซ์คลูซีฟของ เรเซอร์อย่าง เรเซอร์ เพย์ที่ให้บริการผ่านมินิแอพพลิเคชั่น ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ เรเซอร์ เพย์สามารถก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการอี-วอลเลตชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วโลกของวีซ่า ช่วยให้ผู้ใช้บริการ เรเซอร์ เพย์สามารถชำระเงินได้ในทุกจุดรับชำระเงินของวีซ่า โดย เรเซอร์ เพย์ ไม่เพียงแต่เป็นโซลูชั่นบริการแบบเติมเงินเท่านั้นแต่ยังมอบบริการในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การเติมเงินมือถือบัตรเครดิตเสมือนจริง เลือกซื้อความบันเทิงผ่านเพลงและสตรีมมิ่ง เป็นต้น นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังจะเพลิดเพลินไปกับสิทธิประโยชน์และรางวัลต่างๆ เมื่อใช้จ่ายบนโลกออนไลน์หรือในต่างประเทศผ่านบัตรเติมเงิน

โซลูชั่นบัตรเติมเงินแบบบูรณาการโดย เรเซอร์ เพย์ จะเพิ่มความสะดวกสบายต่อวิธีการเติมเงินและถอนเงินสดซึ่งดำเนินการภายใต้ระบบรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยอย่างรัดกุมทั้งยังร่วมมือกับเหล่าพันธมิตรเชิงนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อมุ่งขยายสู่บริการต่าง ๆอย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น อาทิ บริการเพื่อใช้เรียกยานพาหนะ การจองบัตรชมภาพยนตร์ และชำระค่าสาธารณูปโภค

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรจำนวนมากที่ไม่มีบัญชีธนาคารรวมถึงกลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงการชำระเงินแบบดิจิตอลกว่า 438 ล้านคน ดังนั้นความร่วมมือระหว่าง เรเซอร์ ฟินเทค และ วีซ่า ในครั้งนี้ จะช่วยขยายการให้บริการทางการเงินไปยังกลุ่มคนดังกล่าวซึ่งรวมถึงกลุ่มเด็กเยาวชน และมิลเลนเนียลกว่า 213 ล้านคนอีกด้วย

การร่วมมือระหว่าง เรเซอร์ ฟินเทค และวีซ่ามีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการเงินในกลุ่มผู้ใช้งานในกลุ่มหัวก้าวหน้าที่ชอบทดลองนวัตกรรมใหม่ๆ(Early Adopters) ผ่านเกมการวางแผนทางการเงินที่เข้าใจง่ายและจะช่วยยกระดับความรับรู้ทางการเงินของประชากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เป็นอย่างดีทั้งนี้ เรเซอร์ ฟินเทค และวีซ่า ได้ช่วยตอบสนองความต้องการของตลาดใหม่ที่กำลังเติบโตนี้ด้วยการมอบนวัตกรรมโซลูชันทางการเงินสำหรับเยาวชน และกลุ่มมิลเลนเนียล เพื่อให้สามารถเข้าสู่สังคมไร้เงินสดได้อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต



เรเซอร์ ฟินเทค และวีซ่า วางแผนเปิดใช้โซลูชั่นนี้อย่างต่อเนื่องในประเทศต่างๆทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้าและมีแผนขยายตัวเพื่อครอบคลุมอีกหลายประเทศทั่วโลกในลำดับต่อไป

ข่าวล่าสุด