นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ได้ดำเนินการตรวจสอบ ติดตาม และมีการเฝ้าระวังการใช้วัตถุกันเสียในเส้นก๋วยเตี๋ยวชนิดเส้นสดมาอย่างต่อเนื่องขณะเดียวกันทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ให้ความอนุเคราะห์ในการติดตามเฝ้าระวังวัตถุกันเสียในเส้นขนมจีนมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน ล่าสุด อย.ได้สุ่มตรวจเส้นก๋วยเตี๋ยวชนิดเส้นสดในช่วงระหว่างปี 2560 - 2562พบไม่ผ่านมาตรฐานลดลง หรือมีปริมาณวัตถุกันเสียกรดเบนโซอิกสูงสุดที่อนุญาตให้ใช้ไม่เกิน1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หลังจากที่ปี 2560 พบไม่ผ่านมาตรฐานคิดเป็นร้อยละ 9.4ปี 2561 ผ่านมาตรฐานทั้งหมด และในปี 2562 พบไม่ผ่านมาตรฐานเพียงร้อยละ 1.43
"ได้มีการพัฒนาการใช้ชุดทดสอบอย่างง่าย(test kit) เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้รวดเร็วขึ้น จึงเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาโดยปี 2562 พบไม่ผ่านมาตรฐานเพียงร้อยละ 1.43ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ดำเนินคดีเสร็จสิ้นไปแล้ว จำนวน 3 รายและอยู่ระหว่างการดำเนินคดี จำนวน 4 ราย"
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่พบการใช้วัตถุกันเสียเกินมาตรฐานและการแสดงฉลากไม่ถูกต้องของขนมจีนและเส้นก๋วยเตี๋ยวชนิดเส้นสดนั้น ทาง อย.ได้มีการประสานไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบสถานที่ผลิตพร้อมให้คำแนะนำแก่ผู้ผลิตเพื่อให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายอีกทั้งจะดำเนินการจัดทำโครงการเพื่อส่งเสริมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการแสดงฉลากที่ถูกต้องรวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ผู้บริโภคในการพิจารณาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารอย่างถูกต้องเหมาะสมต่อไป
ทั้งนี้การใช้วัตถุเจือปนอาหารเกินมาตรฐานดังกล่าว มีโทษปรับไม่เกิน 20,000บาท และหากตรวจพบว่ามีการใช้วัตถุกันเสียในปริมาณมากจนอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคเข้าข่ายเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับส่วนกรณีการแสดงฉลากไม่ถูกต้องตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุมีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค อย. และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคจะร่วมกันติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวัง ณ สถานที่ผลิตและสถานที่จำหน่ายทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป
นางสาวสารี อ๋องสมหวังเลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ผลทดสอบวัตถุกันเสียประเภทกรดเบนโซอิกในตัวอย่างเส้นขนมจีนจำนวน 31 ตัวอย่าง ที่เก็บตัวอย่างอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3โดยศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (สุ่มตัวอย่างเดือนพฤษภาคม 2562)พบว่า มีขนมจีน 2 ยี่ห้อ (คิดเป็นร้อยละ 6) ที่มีปริมาณกรดเบนโซอิกเกินมาตรฐาน
"ภาพรวมจะเห็นได้ว่าสถานการณ์ดีขึ้นจากการตรวจสอบการแสดงฉลาก พบว่า มีขนมจีน 4 ยี่ห้อ จาก 31 ยี่ห้อ เท่านั้นที่แสดงข้อมูลการใช้สารกันบูดไว้บนฉลากและยังพบว่าขนมจีนบางยี่ห้อมีการแสดงข้อความบนฉลากว่า "ปราศจากสารกันบูด""ปราศจากสิ่งเจือปน" หรือ "ไม่มีสารเจือปน"แต่ผลการตรวจพบว่ามีการใช้สารกันบูดซึ่งถือว่าข้อมูลที่แจ้งบนฉลากเป็นเท็จ"
อย่างไรก็ดี ขนมจีนจัดเป็นอาหารที่คนไทยนิยมกินบ่อยหากมีการใช้สารกันบูดเกินปริมาณที่กำหนดอาจทำให้มีความเสี่ยงต่อสุขภาพผู้บริโภคดังนั้นการผลักดันให้ผู้ผลิตขนมจีนตื่นตัวผลิตขนมจีนที่มีคุณภาพและแสดงฉลากที่ถูกต้องนั้นถือเป็นการยกระดับความปลอดภัยด้านอาหาร รวมถึงผู้บริโภคสามารถใช้ข้อมูลบนฉลากในการตัดสินใจเลือกซื้อและบริโภคขนมจีนได้ว่ายี่ห้อใดที่ใช้สารกันบูดหรือไม่ใช้สารกันบูดเลย