นอกจากการถูกตำหนิโดยตรงแล้ว ยังลามไปถึงลุงของตนเอง ที่ทำอาชีพขับรถขายของเร่ในหมู่บ้าน ก็ถูกตำหนิว่า ลูกเข้าไปวุ่นวายเรื่องของชาวบ้าน เป็นครูสอนหนังสืออยู่กรุงเทพดีๆ ทำไมต้องมายุ่งกับเรื่องบัตรพลังงาน และพูดแรงถึงขั้นหาว่าเข้าไปเสือกเรื่องคนอื่น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วตนเพียงต้องการเตือน และช่วยป้าของตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
ตอนแรกตนคิดว่ามีแค่ป้าที่ซื้อมาใช้ แต่กลับพบว่า มีชาวบ้านอีกไม่ต่ำกว่า 20 คน ได้ซื้อบัตรนี้มาใช้เช่นกัน ซึ่งราคาบัตรที่แต่ละคนซื้อมาก็ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นเงินจำนวนมากสำหรับชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำซึ่ง แต่ในท้ายที่สุดแล้วเรื่องนี้ก็ปรากฏชัดแล้วว่า บัตรพลังงานที่ชาวบ้านซื้อมาใช้ไม่สามารถรักษาโรคได้จริง
อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้คนในสังคมอย่ามองว่าผู้สูงอายุที่ซื้อบัตรมาใช้เป็นคนโง่ และไม่มีลูกหลานคอยดูแล แต่อยากให้มองว่าชาวบ้านไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้ไม่หวังดี ซึ่งป้าของตนเองยังโชคดีที่นำเรื่องนี้มาปรึกษาตนเอง จนนำไปสู่การตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานราชการ อีกทั้งอยากให้ลูกหลานที่มีคุณตาคุณยายช่วยกันสอบถามครอบครัว หนือ คุณตาคุณยายของตนเองว่าซื้อบัตรนี้มาใช้หรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบมีหลายคนที่ซื้อมาใช้ โดยไม่บอกกับลูกหลานซึ่งอาจจะทำให้ได้รับผลกระทบได้....
.