เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ผ่านมา น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ แกนนำพรรคเพื่อไทย และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. กทม. ได้เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคเพื่อไทยเป็นคนแรก จากนั้นในเวลา 11.00 น. บรรดาผู้สมัครส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย ต่างทยอยเดินทางมาเข้าร่วมวงประชุมย่อยของ ส.ส.เขต กทม. ทั้ง 22 เขต ประกอบด้วย นายการุณ โหสกุล ผู้สมัคร ส.ส. เขตดอนเมือง / นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส. เขตคลองสามวา / น.ส.ลีลาวดี วชิโรบล ผู้สมัคร ส.ส. เขตดุสิต / นายวัฒนา เมืองสุข ผู้สมัคร ส.ส. เขตบางแค / นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ผู้สมัคร ส.ส. เขตบางกะปิ-วังทองหลาง / นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 13 พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย
น.อ.อนุดิษฐ์บอกว่า หลังจบวงประชุมย่อย จากนั้นในเวลา 14.00 น. พรรคจะเริ่มประชุมใหญ่ โดยมีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เข้าร่วม ซึ่งอาจจะมีการหารือเรื่องความไม่ปกติในการนับผลคะแนนเลือกตั้ง ที่ระบบการนับคะแนนของกกต. ไม่ตรงกับข้อมูลที่ทางพรรคนับจากหน้าคูหา ส่วนใครจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน เนื่องจากพลังประชารัฐมีคะแนนโหวตเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนเพื่อไทยได้ส.ส. มากเป็นอันดับหนึ่ง ตนมองว่าตามหลักประชาธิปไตยที่ปฏิบัติกันมา จะให้พรรคที่ได้ส.ส.มากที่สุด เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน ไม่ใช่พรรคที่ได้คะเเนนโหวตสูงสุด ทั้งนี้ยังต้องรอการตีความจากกกต.อีกครั้ง
นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย บอกว่า กังวลใจเกี่ยวกับความบกพร่องของกกต. ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบัตรเกิน หรือบัตรผี ที่โผล่ใน 10 จังหวัด พบบัตรเกินมากว่า 3 ล้านใบ ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่า กกต. มีความหละหลวมในการเลือกตั้ง ถือเป็นความผิดร้ายแรงมาก และผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. โดยเฉพาะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมาทำผิดกฎหมายเสียเอง จะหมดความชอบธรรม และส่งผลต่อภาพลักษณ์การเลือกตั้งของไทย ที่นานาประเทศเฝ้าจับตาดูอยู่ จึงอยากเรียกร้องให้กกต. ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน และเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ นอกจากนี้ยังมีกรณีที่เพจ CSI LA เผยแพร่ภาพหน่วยเลือกตั้งใน จ.เพชรบูรณ์ มีการเอาหีบ 2 ใบมานั่งล้อมวง แล้วเอาบัตรเก่าออก เอาบัตรใหม่ใส่เข้าไป ส่วนบางหน่วยตอนนับคะแนน พรรคหนึ่งคะแนนนำลิ่ว แต่พอประกาศผลอีกพรรคกลับได้ไปส่วนผลคะเเนน ณ เวลา 08.58 น. พรรคเพื่อไทยได้ 7,229,304 คะเเนน ขณะที่พลังประชารัฐ ได้ 7,697,237 คะแนน ทำให้คะเเนนโหวตของพรรคเพื่อไทย ยังคงเป็นสองรองจากพรรคพลังประชารัฐ แต่พรรคเพื่อไทยสามารถกวาดเก้าอี้ส.ส.เขตมาเป็นอันดับหนึ่ง มากถึง 130 ที่นั่ง แต่กลับไม่ได้ที่นั่งส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์เเม้แต่คนเดียว
ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย แถลงท่าทีเมื่อคืนนี้ว่า การจับขั้วทางการเมืองจะร่วมงานกับพรรคที่ไม่สนับสนุนการต่อท่ออำนาจคสช. หรือพล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น และเมื่อผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไร แปลว่านั่นเป็นความปรารถนา ฉันทามติจากประชาชนแล้ว ว่าประชาชนให้ใครทำหน้าที่บริหารประเทศก่อน ยืนยันว่าพรรคอันดับหนึ่งไม่ว่าเป็นใครมีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อน และในการจัดตั้งรัฐบาลทุกครั้งทำแบบนี้ทุกครั้ง ส่วนส.ว.ที่ถูกแต่งตั้งจากคสช. จะได้ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของประชาชนในการเลือกตั้ง ขอยืนในหลักการเดิม และผลการเลือกตั้งออกมาจะมีการแถลงข่าวอีกครั้งสำหรับไฮไลท์ที่จะต้องจับตาหลังจากนี้ คือในเวลา 14.00 น. จะมีการประชุมระดับแกนนำคนสำคัญของพรรค โดยมีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์นั่งหัวโต๊ะ ซึ่งจะมีการพูดคุยประเด็นสำคัญ
เรื่องการตีความว่าใครจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน ส่วนอีกประเด็นคือความบกพร่องของกกต. ส่วนจะมีการออกมาเรียกร้องอย่างไรหรือไม่นั้น ต้องรอการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง