วันนี้เราจะพาไปฟังมุมวิเคราะห์อีกมุมหนึ่งจากนักรัฐศาสตร์รุ่นใหม่ชื่อดังที่ว่า ความเคลื่อนไหวของประชาธิปัตย์ แท้จริงแล้วเป็นเพียงแคมเปญดึงคะแนนจากกลุ่ม First Vote หรือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก แต่ไม่เชื่อว่าจะทำให้การเมืองแบ่งออกเป็น 3 ขั้ว หรือสร้างขั้วที่ 3 ทางการเมืองตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์
รักษาการผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ดร.สติธร ธนานิติโชติ กล่าวว่า การออกมาแสดงจุดยืนของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย สำหรับข้อดีคือ ทางพรรคประชาธิปัตย์น่าจะประเมินแล้วว่าหลังการเลือกตั้งพรรคจะได้จำนวนที่นั่ง ส.ส.เป็นอันดับที่ 2 รองจากพรรคเพื่อไทย และมากกว่าพรรคพลังประชารัฐ จึงถือว่าเป็นคู่แข่งในการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย การแสดงจุดยืนไม่เอา "บิ๊กตู่" ก็เพื่อต้องการแบ่งสัดส่วนคะแนนของผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก หรือ First Vote ให้หันมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์มากขึ้น
ซึ่งกลุ่มนี้มีจำนวนมากและส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง ที่สำคัญเป็นกลุ่มคนที่ไม่เอา พลเอกประยุทธ์ ด้วย จึงน่าเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้คะแนนจากคนกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น แต่ข้อเสียคือจะเสียคะแนนจากฐานเสียงดั้งเดิมของพรรคที่เป็นคนเก่าคนแก่ และคนมีอายุ เพราะคนกลุ่มนั้นยอมรับได้กับ พลเอกประยุทธ์
ดร.สติธร บอกด้วยว่า แม้ขณะนี้จะดูเหมือนการเมืองแบ่งออกเป็น 3 ขั้วอย่างชัดเจน หลังการประกาศจุดยืนของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่เชื่อว่าหลังการเลือกตั้งการเมืองจะกลับมาเป็น 2 ขั้วเหมือนเดิม เพราะพรรคประชาธิปัตย์ประกาศเพียงแค่ไม่สนับสนุน พลเอกประยุทธ์ แต่ไม่ได้ปฏิเสธพรรคพลังประชารัฐ ฉะนั้นการเมืองก็จะยังคงมี 2 ขั้ว คือ ขั้วเพื่อไทย กับขั้วไม่เอาเพื่อไทย โดยตัวแปรทางการเมืองยังคงอยู่ที่พรรคขนาดกลางเช่นเดิม