เริ่มจากเรื่องปลากัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณกฤษฎา บุญราช บอกว่า ที่ประชุม ครม.เมื่อวาน มีมติเห็นชอบให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผลักดันมานานกว่า 1 ปี โดยความสำคัญของปลากัดมี 3 ด้าน คือ
ด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ มีหลักฐานยืนยันคือการประกาศขึ้นทะเบียนให้ปลากัดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ จากกระทรวงวัฒนธรรม เมื่อปี 56
ด้านความเป็นเจ้าของและเอกลักษณ์ของชาติ เรื่องนี้มีความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ฝั่งที่มาเยือนไทยยังบันทึกเอาไว้ สรุปง่ายๆ ขนาดชื่อปลากัดในภาษาอังกฤษ ยังใช้คำว่า "ไซแอม ไฟท์ติ้ง ฟิซ" (Siamese Fighting Fish) มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย และเป็นสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่รู้จัก
และด้านที่สามคือ ด้านประโยชน์ใช้สอย เพราะปลากัดไทยก่อให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมการเพาะเลี้ยง และการสร้างนวัตกรรมด้านการเพาะพันธุ์ นําไปสู่การค้าเชิงพาณิชย์และก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
รัฐมนตรีกฤษฎา บอกว่า มีแผนพัฒนาพันธุ์เพื่อการค้า และผลักดันเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปลากัดไทยให้เดินหน้าต่อไปในหลากหลายมิติยิ่งขึ้น เช่น การค้าออนไลน์ ซึ่งจะมีการร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ อย่าง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่สนับสนุนธุรกิจสัตว์น้ำสวยงามด้วยระบบการขนส่งปลากัดภายในประเทศ เพื่อความรวดเร็วและปลอดภัยในการขนส่งจนถึงมือลูกค้า
ส่วนปัญหาค่าไฟฟ้าแพงหูฉี่ที่เกาะปันหยี ครม.ได้อนุมัตโครงการขยายเขตติดตั้งระบบไฟฟ้าให้เกาะปันหยี จังหวัดพังงา พร้อมสนับสนุนงบประมาณจำนวน 221 ล้านบาท หลังจากได้พิจารณาทบทวนศึกษารูปแบบโครงการใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับระบบนิเวศป่าชายเลน
สำหรับวงเงินลงทุน 221 ล้านบาทนั้น ใช้เงินกู้ในประเทศ จำนวน 165 ล้านบาท และเงินรายได้ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. จำนวน 56 ล้านบาท โดยลักษณะของการก่อสร้างเป็นแบบสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 กิโลโวลต์ ระยะทาง 7.2 กิโลเมตร (เจ็ดจุดสองกิโลเมตร) ใช้ระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 2 ปี คาดว่าชาวเกาะปันหยีจะได้ใช้ไฟฟ้าในปีงบประมาณ 2563
"ล่าความจริง" ขอแสดงความยินดีกับข่าวดีของกลุ่มคนรักปลากัด และชาวบ้านบนเกาะปันหยีด้วย และทางรายการยืนยันที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการนำเสนอเรื่องราวความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสังคมต่อไป