การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศ (กนอ.) หวั่นว่าจะไม่มีคนยื่นซองประมูลโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด 3 เร่งคุยกับชาวบ้านสางปมปัญหาสิ่งแวดล้อม ไปติดตามจากรายงาน วชิรวิทย์ เลิศบำรุงชัย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ผืนทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตาในเขตตำบลมาบตาพุด จ.ระยองเป็นที่ตั้งของท่าเรืออุตสาหรรมมาบตาพุดมาตั้งแต่ปี 2532 // สามสิบปีต่อมา ท่าเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลวแห่งนี้ มีการพัฒนาไปแล้ว 2 ระยะ แต่ยังเต็มศักยภาพที่จะสามารถรองรับได้ และเมื่อรัฐบาลกำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ก็มีความจำเป็นต้องขยายศักยภาพเพิ่มในเฟสที่ 3  มูลค่า 55,400 ล้านบาท รองรับปริมาณขนถ่ายสินค้าเหลวได้ 4 ล้านตันต่อปี และกำลังจะมีการถมทะเล 1,000 ไร่ ปัจจุบันมีเอกชนซื้อซองประมูลโครงการท่าเรืออุตสหากรรมมาบตาพุด เฟส 3 ทั้งสิ้น 18 รายโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กำหนดเปิดรับซองข้อเสนอด้านเทคนิคและราคาในวันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ และตั้งเป้าจะลงนามในสัญญาร่วมลงทุน กับเอกชนที่ได้รับการคัดเลือกภายในเดือนพฤษภาคมนี้ จำนวนเอกชนที่ซื้อซองเพียง 18 ราย กำลังนำมาซึ่งความกังวลของ กนอ. เพราะถือว่าน้อยรายมาก เมื่อเทียบกับท่าเรือแหลมฉบัง ที่มีจำนวน 32 ราย แต่ก็ยังมีปัญหา ผู้อำนวยการสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด บอกว่า วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ถ้าจะมีเอกชนเพียงรายเดียวมายื่นซองประมูล ก็นับว่าโล่งใจแล้วสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เอกชนไม่มั่นใจ ลงทุนท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 อาจมาจากแรงต้านจากชาวบ้าน และรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ที่ยังไม่ผ่านการพิจารณา ขณะที่ชาวบ้าน และชาวประมงยังคงมีความกังวลจากการถมทะเลพันไร่ ทำให้เกิดปัญหาจากการกัดเซาะชายฝั่ง และจำนวนปลาที่จะลดลง ถนอม มิ่งแม้น คือชาวประมงที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 ที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ของ กนอ.มาพูดคุยทำความเข้าใจหลายครั้ง แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ถนอมรู้ดีว่าไม่มีอะไรที่หยุดยั้งผลกระทบจากการก่อสร้างได้ เขาในฐานะชาวประมงพื้นบ้าน ไม่มีทางเลือกมากนักจึงต้องจับตาดูว่าใครจะมายื่นซองประมูลท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ และจะมีแนวทางจัดการกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ชาวบ้านกังวล อย่างไร