รมว.พลังงาน เผยกรมธุรกิจพลังงาน เตรียมออกประกาศกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันดีเซล เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมัน B20 ในยานยนต์ปัจจุบัน ซึ่งจะรองรับการเปิดจำหน่ายน้ำมัน B20 ในสถานีบริการน้ำมันทั่วไปที่จะเริ่มนำร่อง 10 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.นี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ซึ่งการจำหน่ายผ่านสถานีบริการน้ำมันของ บมจ.ปตท.5 แห่ง และ บมจ.บางจากคอร์ปอเรชั่น 5 แห่ง ซึ่งจะช่วยลดมลภาวะโดยเฉพาะค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ลงได้ 10-15% เมื่อเทียบกับน้ำมันดีเซลปกติ ขณะที่ได้รับการยืนยันจากผู้ผลิตรถยนต์ทั้ง HINO, ISUZU, SCANIA, VOLVO และอีกหลายยี่ห้อว่ามีรถยนต์รุ่นใดบ้างที่สามารถใช้ B20 เป็นเชื้อเพลิงได้ ซึ่งรถคันไหนเติม B20 ได้ให้สอบถามจากผู้ผลิตรถยนต์ได้
ส่วนราคาจำหน่าย B20 ในช่วงนี้ยังมีราคาต่ำกว่าน้ำมันดีเซลปกติทั่ว่ไป 5 บาท/ลิตร ซึ่งเป็นมาตรการสนับสนุนพิเศษที่จะสิ้นสุดในวันที่ 28 ก.พ.นี้ หลังจากนั้นจะจำหน่ายในอัตราปกติที่ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไป 3 บาท/ลิตร เพราะไม่ต้องการให้เป็นภาระกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมากเกินไป แต่การมีมาตรการพิเศษในช่วงแรกเพราะการใช้ B20 ยังมีอัตราไม่มากและมีการจำกัดขอบเขตการขายผ่าน Fleet เท่านั้น โดยอุดหนุนที่ผ่านมายังไม่เกิน 5 ล้านบาท/เดือน แต่หากมีการขยายผลใช้กันแพร่หลายมากขึ้น โดยยังคงมีมาตรการอุดหนุนพิเศษก็จะทำให้เป็นภาระกับกองทุนน้ำมันฯมากขึ้น
ทั้งนี้ มีเป้าหมายว่าจะมีรถบรรทุกขนาดใหญ่มาใช้ประมาณ 50% ของจำนวนรถบรรทุกหรือรถสาธารณะทั้งหมด ก็คาดวาจะทำให้เกิดการใช้น้ำมัน B20 จำนวน 15 ล้านลิตร/วัน จากปริมาณการใช้ดีเซลทั้งหมด 65 ล้านลิตร/วัน ซึ่งจะช่วยให้ใช้เกิดการใช้น้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เพิ่มขึ้นอีก 4 แสนตัน/ปี จากปัจจุบันมีการใช้ทำเป็นไบโอดีเซล 1.2 ล้านตัน/ปี ก็จะเพิ่มเป็น 1.6 ล้านตัน/ปี ก็จะช่วยเกิดสมดุลของน้ำมันปาล์มดิบของประเทศที่อยู่ประมาณ 2.5 ล้านตัน/ปี แบ่งเป็น การผลิตเพื่อบริโภค 9 แสนตัน/ปี และไบโอดีเซล 1.6 ล้านตัน/ปี รวมถึงยังช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ด้วย
หลังจากการเปิดนำร่องจำหน่ายผ่านสถานีบริการน้ำมันของ ปตท.และ บางจาก แล้ว ในอนาคตคาดว่าจะมีผู้ค้าน้ำมันรายอื่นเข้ามาให้บริการเพิ่มเติม ทั้ง บมจ.ซัสโก้ (SUSCO) และบมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG)