"อุตตม" ยืนยันลาออกไม่กระทบการขับเคลื่อนอีอีซี ภาคเอกชนมั่นใจไม่กระทบความเชื่อมั่นการลงทุน เพราะมีคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อุตตม สาวนายน กล่าวว่า หลังการลาออกได้ประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อฝากงานที่สำคัญ คือ 1.การผลัดดัน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง และการยกระดับไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งสานต่อมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เพื่อลดแรงกดดันด้านการขาดแคลนแรงงาน รวมถึงการพัฒนาคน สร้างทักษะใหม่ให้กับแรงงาน ตอบโจทย์อุตสาหกรรม 4.0 รวมทั้งการพัฒนาการศึกษาอาชีวะ รวมทั้งผลักดันเศรษฐกิจชีวภาพและเศรษฐกิจหมุนเวียน

นอกจากนี้ ได้ให้นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สานต่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่กระทรวงอุตสาหกรรมเข้าไปเกี่ยวข้องมาก ส่วนการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้ต้องพ้นจากประธานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) จะไม่กระทบต่อขับเคลื่อนอีอีซี เพราะมีคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

ส่วนประธาน กบอ.นั้น นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จะไปหารือกับ กพอ.ว่าจะปรับเปลี่ยนอย่างไร

ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สุพันธุ์ มงคลสุธีกล่าวว่า การลาออกของรัฐมนตรีที่ดูแลอีอีซีจะไม่ส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนการลงทุนในอีอีซี เพราะ กพอ.ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานยังทำหน้าที่กำหนดนโยบายตามปกติ รวมทั้งรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจยังคงทำหน้าที่ดูแลการพัฒนาอีอีซีด้วย รวมถึงนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ยังคงทำหน้าที่นี้อยู่ ซึ่งทีมงานของรัฐบาลที่มีอยู่ก็คงขับเคลื่อนนโยบายอีอีซีต่อไปได้ และไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุนในอีอีซี

ประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี สุนทร ธัญญวัฒนกุลกล่าวว่า การลาออกของรัฐมนตรีที่ดูแลอีอีซีจะไม่กระทบการพัฒนาอีอีซีเพราะขณะนี้โครงการก็ยังไม่ได้เดินหน้ามากนัก หลายโครงการเมกะโปรเจคก็อยู่ระหว่างการดำเนินการทั้งการก่อสร้างท่าเรือ สนามบินสุวรรณภูมิ รถไฟความเร็วสูง ซึ่งก็ยังไม่เป็นรูปร่างมีเพียงโครงการรถไฟความเร็วสูงที่มีการประมูลแล้วแต่ก็ยังไม่เสร็จ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA จรีพร จารุกรสกุล เปิดเผยว่า ส่วนตัวเชื่อว่ากลุ่มบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จะสามารถเจรจาต่อรองและหาข้อสรุปเงื่อนไขสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้ ไม่คิดว่าจะมีความล่าช้ามากนัก

ทั้งนี้ หากโครงการดังกล่าวมีความล่าช้า ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบกับนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมของบริษัทมากนัก เพราะ ปัจจุบันต่างชาติได้มีการเข้ามาเซ็นสัญญาในการซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของบริษัทแล้ว แต่อาจจะมีผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีนี้ได้ เพราะก่อนนี้คาดหวังหากมีการเดินหน้าลงทุนดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจปีนี้เติบโต