เนชั่นทีวี

ข่าว

รมว.เกษตรฯ แจงเกษตรกรปลูกพืชตามโควตา ฝ่าฝืนปลูกรัฐไม่ช่วย

28 ม.ค. 2562 | tanpisit_ler

รมว.เกษตรฯ แจงเกษตรกรปลูกพืชตามโควตา ฝ่าฝืนปลูกรัฐไม่ช่วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจงเกษตรกร ให้ผลิตพืชผลภายใต้โควตาที่รัฐบาลกำหนดเท่านั้น พื้นที่ที่ไม่เหมาะสมแต่ยังฝืนปลูก เกษตรกรกลุ่มนี้จะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กฤษฎา บุญราช บอกว่า ปัญหาภาคเกษตรที่เป็นมาตลอดคือเกษตรกรผลิตได้มากแต่ขายไม่ได้ราคา โดยช่วง 1 ปีที่เข้ามารับตำแหน่ง แม้จะมีเกษตรกรหลายกลุ่มเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ แต่เมื่อพิจารณาแล้วพบว่าเป็นเรื่องเดียวกัน คือ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ซึ่งปัญหานี้จำเป็นต้องแก้ไขด้วยการปฏิรูปภาคการเกษตรที่ต้องร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการปฏิรูปภาคเกษตรได้ทำแล้วและเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะกรณีวางแผนข้าวอย่างครบวงจร ซึ่งใช้ความต้องการของตลาดนำการผลิต และเกษตรกรต้องปลูกข้าวอย่างมีคุณภาพ เช่น ข้าวอินทรีย์ ข้าวหอมมะลิ ซึ่งส่งผลให้ราคาข้าวปีนี้อยู่ในเกณฑ์ดี เกษตรกรพอใจและไม่มีปัญหาล้นตลาดตามมาแต่ละปีไทยผลิตข้าวได้ 33 ล้านตันข้าวเปลือก ใช้บริโภคในประเทศ 10 ล้านตัน ส่งออก 10 ล้านตัน และที่เหลือ 10 ล้านตันไม่รู้จะใช้ทำอะไร ในขณะที่ราคาในตลาดโลกไม่ดี เงินบาทแข็งค่า ทำให้ข้าวไทยแข่งขันลำบาก ดังนั้นการหันมาผลิตข้าวคุณภาพทำให้ไทยหนีคู่แข่งและได้ราคาที่สูงขึ้น

รมว.เกษตรฯ แจงเกษตรกรปลูกพืชตามโควตา ฝ่าฝืนปลูกรัฐไม่ช่วย

เมื่อลดพื้นที่ปลูกข้าวแล้วก็ต้องหาวิธีให้เกษตรกรผลิตสินค้าอื่นที่มีรายได้เท่าเทียมกันหรือมากกว่า ซึ่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีปัญหาบุกรุกผืนป่าและมีผลผลิตรวม 2 ล้านตัน แต่ไทยต้องการข้าวโพด มากถึงปีละ 4 ล้านตัน ที่เหลือต้องนำเข้า ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนให้ปลูกข้าวโพดหลังนา โดยเริ่มเก็บเกี่ยวได้แล้วและข้าวโพดความชื้นสูง 30-40% กิโลกรัมละ 7-8 บาท ถือว่าเป็นราคาที่สูงมาก ซึ่งเกษตรกรมีกำไรถึงไร่ละ 3,500 บาท สูงกว่าการปลูกข้าวที่ได้กำไรไร่ละ 400 บาทกระทรวงเกษตรฯ ได้ใช้สินค้าทั้ง 2 ชนิด นำร่องเพื่อวางแผนการผลิต โดยในอนาคตจะใช้แนวทางนี้กับสินค้าเกษตรทุกชนิดทั้งพืช ปศุสัตว์และประมง ซึ่งการทำเกษตรในอนาคตต้องมีข้อมูลด้านการตลาด รวมถึงพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อนำมาวางแผนการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและมีระบบประกันภัยรองรับ โดยทั้งหมดนี้ต้องผลิตภายใต้โควตาที่รัฐบาลกำหนดเท่านั้น พื้นที่ที่ไม่เหมาะสมแต่ยังฝืนปลูกจะทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้จะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่ทุกอย่างจะสำเร็จได้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะ ธ.ก.ส. ต้องทำหน้าที่ด้านการตลาดให้กับเกษตรกรด้วย เพราะเป็นหน่วยงานที่เข้าถึงเกษตรกรได้ทุกพื้นที่ยางพาราเป็นสินค้าตัวอย่างที่ผลิตโดยไม่รู้ความต้องการของตลาด รัฐบาลส่งเสริมให้ปลูกตั้งแต่ปี 2542 และมากรีดได้ในช่วง 2548 ผลผลิตรวมสูงถึง 4.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ผลิตได้ 3 ล้านตัน ราคาจึงตกต่ำต่อเนื่อง แม้จะใช้หลายมาตรการแก้ไขแต่ยังไม่สำเร็จ

ข่าวล่าสุด