ครบ 10 วันเหตุการณ์สลด คนร้ายยิงพระมรณภาพ 2 รูป บาดเจ็บสาหัส 2 รูป ที่วัดรัตนานุภาพ หรือวัดโคกโก อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส แม้จนถึงขณะนี้จะยังจับกุมคนร้ายไม่ได้ แต่ข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เก็บจากวัตถุพยานที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ก็ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถต่อจิ๊กซอว์ความเชื่อมโยงของเหตุการณ์และกลุุ่มคนร้ายที่ปฏิบัติการได้มากพอสมควร

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ข้อมูลแรกมาจาก พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ที่เปิดเผยถึงรายงานผลตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนปืนที่พบในที่เกิดเหตุ คือในวัดรัตนานุภาพ คุณผู้ชมเชื่อหรือไม่ว่า เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนทั้งหมด 183 ปลอก แสดงว่ายิงเกือบๆ 200 นัด หรืออาจจะมากกว่านั้น เพราะอาจจะมีกระสุนบางนัดที่หาปลอกกระสุนไม่เจอ

ตามข่าวส่วนมากเราจะทราบเฉพาะกรณีคนร้ายยิงพระ แต่จริงๆ แล้วคนร้ายสาดกระสุนใส่กุฏิ ซึ่งเป็นที่พักของสงฆ์ ศาลา พระอุโบสถ แม้แต่พระพุทธรูปขนาดใหญ่กลางแจ้ง ก็ยังมีรอยกระสุนของคนร้าย
ปลอกกระสุนทั้งหมดที่เก็บได้ ถูกยิงมาจากอาวุธปืน 11 กระบอก เป็นปืนที่มีประวัติการก่อคดีรวม 38 คดี เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่รัฐและพี่น้องประชาชนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากทุกเหตุการณ์รวมกันเกือบ 100 คน จากข้อมูลนี้ ทำให้ พันเอกปราโมทย์ สรุปว่าเป็นการกระทำของผู้ก่อเหตุรุนแรงแน่นอน ไม่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่สร้างสถานการณ์ตามที่มีบางฝ่ายพยายามบิดเบือน

ข้อมูลที่ 2 "ล่าความจริง"ได้มาจากฝ่ายความมั่นคงที่ตรวจสอบต่อยอดจากปลอกกระสุนที่ตกอยู่ พบว่าอาวุธปืน 11 กระบอกที่คนร้ายใช้ มีอยู่กระบอกหนึ่งเป็น "ปืนอาก้า" ซึ่งเป็นปืนที่คนร้ายปล้นชิงไป หลังจากก่อเหตุซุ่มยิง อส.ชุดรักษาความปลอดภัยโรงเรียน (ชุด รปภ.โรงเรียน) ในอำเภอสุไหงปาดี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมปีที่แล้ว ทำให้ อส.เสียชีวิต 2 นาย คนร้ายชิงปืนอาก้าของ อส.ไป 2 กระบอก

ปืนอาก้า 2 กระบอกนี้ ถูกพบในเวลาต่อมา 1 กระบอก คือจากเหตุปะทะที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ช่วงเช้าวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา โดย นายฮาซัน มะลี ผู้ก่อเหตุรุนแรงคนสำคัญถูกวิสามัญฆาตกรรม และพบปืนอาก้ากระบอกหนึ่งตกอยู่ข้างกาย ปรากฏว่าเป็นปืนอาก้าที่คนร้ายปล้นชิงไปจากเหตุฆ่า อส.เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมปีที่แล้ว

จากนั้นช่วงค่ำวันเดียวกัน คนร้ายก็บุกยิงพระวัดรัตนานุภาพ โดยใช้ปืนอาก้าอีกกระบอกหนึ่งที่ปล้นชิงไปจากเหตุฆ่า อส.เช่นกัน เป็นอาวุธสังหารพระ นี่คือความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงของอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ ทำให้เชื่อได้ว่าคนร้ายที่ยิง อส.สุไหงปาดี เมื่อปีที่แล้ว กับที่ยิงพระเมื่อวันที่ 18 มกราคม เป็นกลุ่มเดียวกัน และ นายฮาซัน มะลี ก็น่าจะอยู่ในกลุ่มนี้ ฉะนั้นเหตุยิงพระก็อาจเป็นการแก้แค้นตอบโต้เหตุวิสามัญฆาตกรรมผู้ก่อเหตุรุนแรงรายสำคัญอย่าง นายฮาซัน มะลี ก็เป็นได้ หรือไม่ก็ภิกษุวัดรัตนานุภาพเป็นเป้าหมายที่ถูกล็อคไว้ก่อนแล้ว เพราะมีเบาะแสว่ากลุ่มคนร้ายส่งคนมาสอดแนมสภาพความเป็นไปภายในวัดช่วงก่อนเกิดเหตุหลายวัน เพียงแต่เร่งปิดเกมให้เร็วขึ้น เพราะมีโอกาสและจังหวะในการขยายผลความร้ายแรงของสถานการณ์

ข้อมูลค่อนข้างชัดเจนขนาดนี้ ก็ต้องรอดูความคืบหน้าในการปิดพื้นที่เพื่อกดดันจับกุม แต่ข้อมูลที่น่าสนใจจากฝ่ายตำรวจก็คือ คนร้ายกลุ่มนี้อาจจะกบดานอยู่ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เพราะหลังจากก่อเหตุยิง อส.สุไหงปาดี เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ก็หายเงียบไปเลย เพิ่งจะปรากฏความเคลื่อนไหวอีกครั้งก่อนเกิดเหตุยิงพระโคกโก



วางระเบิดล่ออีโอดี เจอซุ่มยิงดับ 1 ที่ยะลา

ไฟใต้ยังไม่มอดง่ายๆ ล่าสุดเมื่อไม่ถึง 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัย บริเวณคอสะพานแห่งหนึ่งในอำเภอธารโต จังหวัดยะลา ลักษณะเป็นถังแก๊สขนาดบรรจุ 5 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงส่งกำลังเข้าเก็บกู้ เป็นชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี สังกัดหน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44

ปรากฏว่าระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าเก็บกู้ ได้ถูกคนร้ายที่ซุ่มอยู่ไม่ห่าง ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นคนร้ายยังได้ชิงอาวุธปืนและเสื้อเกราะก่อนหลบหนีไป มีรายงานล่าสุดว่า เจ้าหน้าที่ที่ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ทราบชื่อคือ ดาบตำรวจ พิรุณรัตน์ พุทธศิริ เป็นตำรวจตระเวนชายแดนชุดอีโอดี