เบื้องต้นมีรายงานว่า แม่ทัพภาคที่ 4 "บิ๊กเดฟ" พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ไม่พอใจที่มีการปล่อยปละละเลยให้มีแหล่งประกอบระเบิดในพื้นที่ จึงประสานไปยังฝ่ายปกครองให้คาดโทษหรือลงโทษกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่ดูแลพื้นที่ไม่ดีพอส่วนการจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดี จับแล้ว 2 ล็อต ล็อตแรก 3 คน ก่อนขยายผลจับอีก 5 คน โดยมีคนหนึ่งยอมรับว่าเป็นแนวร่วมก่อความไม่สงบ อีกคนหนึ่งยอมรับว่ารู้จักกับ นายอมตะ สโมทานทวี หรือ "ครูจ้อง" วัย 62 ปี ที่ถูกฆ่าแขวนคอปิดปาก ก่อนถูกปล้นรถไปทำคาร์บอมบ์ แต่ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 รายก็ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับเหตุคาร์บอมบ์ และยืนยันว่าไม่ได้ร่วมสังหารครูจ้อง
ส่วนคดียิง อส. 4 ศพดับคาโรงเรียนใน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี คนร้ายมีประมาณ 7-8 คน แบ่งเป็น 2 ทีม ทีมแรกเป็นกลุ่มจัดหาเสบียงและดูต้นทาง กลุ่มนี้หลังก่อเหตุ ได้หลบหนีไปทางอำเภอเมืองปัตตานี และยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ใกล้ๆ กับมัสยิดกรือเซะ จนถูกจับกุมได้ 1 ราย คือ นายมะกรี อิสอปูเต๊ะ อายุ 44 ปี เป็นชาวอำเภอสะบ้าย้อย และหลบหนีไปได้ 1 คนล่าสุดมีการสอบสวนขยายผล และมีการส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปงมปืนในแหล่งน้ำใกล้ๆ จุดปะทะ พบปืนยาวยังไม่ทราบชนิดและขนาด คาดว่าเป็นของคนร้ายโยนปืนทิ้งระหว่างหลบหนี
ทีมที่ 2 เป็นทีมยิงและชิงปืนจาก อส. ทีมนี้บางส่วนหนีข้าม "คลองมานิง" รอยต่อระหว่างอำเภอยะรัง กับอำเภอเมืองปัตตานี โดยถอดเสื้อผ้าทิ้ง พร้อมทิ้งรถจักรยานยนต์ที่ใช้เป็นพาหนะไปก่อเหตุ แล้วขโมยรถคันใหม่หลบหนีล่าสุดวันนี้ ตำรวจเข้าตรวจสอบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย หลังชาวบ้านแจ้งว่ามีรถถูกจอดทิ้งไว้ริมทาง บนถนนสายชนบท ตำบลบาราเฮาะ อำเภอเมืองปัตตานี เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายทีมยิง อส.4 ศพ โจรกรรมจากชาวบ้านมา เพื่อใช้เป็นพาหนะหลบหนี
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี พลตำรวจตรี ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี บอกว่า ขณะนี้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 5 คน ในจำนวนนี้มีทั้งผู้รู้เห็นกับการก่อเหตุ ผู้สนับสนุนการก่อเหตุ บางคนมีตำแหน่งเป็นผู้นำท้องถิ่นด้วย รวมไปถึงเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่อ้างว่าถูกคนร้ายปล้นชิงเพื่อหลบหนีด้วย หลังจากสอบสวนแล้วพบพิรุธหลายอย่าง อาจจะเป็นผู้สนับสนุนให้คนร้ายหลบหนีมากกว่าถูกชิงรถไปจริงๆ