พื้นที่ ยังคงต้องรับการฟื้นฟู เวลานี้ คือโซนปากพนังด้านตะวันออก และอีกจุดหนึ่ง คือ แหลมตะลุมพุก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ระบบสาธารณูปโภคน้ำไฟ้ เพื่อให้ชาวบ้าน
หลังผ่านพ้นอิทธิพลของพายุโซนร้อน ปาบึก ที่พัดถล่มในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่เมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดอุทกภัยหนัก จากน้ำท่วมฉลับพลัน บ้านเรือนเสียหายจากแรงลม ระบบสาธารณูปโภค ใช้การไม่ได้ ล่าสุดผ่านไป2 วันหลายพื้นที่ยังเห็นสภาพถึงความเสียหายบ้านเรือน สถานที่ราชการ ขณะชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบยังต้องอยู่ ศูนย์อพยพ
โดยในพื้นที่ อ.ปากพนัง ถือเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดโดยเฉพาะชาวปากพนังฝั่งตะวันออก ทั้งแหลมตะลุมพุก ตั้งแต่หมู่1 หมู่2 เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเป็นแหลมยื่นออกไปในทะเล และมีอ่าวภายในบริเวณปากแม่น้ำปากพนังเผชิญทั้งฝนตกหนักน้ำทะเลหนะน ทำให้ได้รับความเสียหายหนักโดยเฉพาะ อิทธิพลของพายุในครั้งนี้หนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี มอบสิ่งของพระราชทาน พร้อมเชิญพระราชกระเเสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รักาลที่10 พร้อมกับแจกพระบรมฉายาลักษณ์ ของทั้ง2พระองค์ รับกาลที่9 และ รัชกาลที่10 ที่ จุดอพยพชาวบ้านแหลมตะลุมพุก โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และ ที่วัดรัตนาราม หมู่ที่2 ต.ปากพนังตะวันออกข.นครศรีธรรมราช ที่นี่ผู้ประสบภัย ราว2000 คน ที่ยังพักอาศัยอยู่ เนื่องจากคราบดินโคลนยังเต็มบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ไหฟ้า เสียหาย
โดยชาวบ้านต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ
ทีมข่าวสำรวจบรรยากาศภายในตลาดเทศบาลปากพนัง ตลาดหัวถนน หอนาฬิกา วัดนาควารี อ.ปากพนัง ด้านฝั่งตะวันตก น้ำแห้งหมดแล้ว ชาวบ้านที่อยู่ติดริมแม่น้ำปากพนัง ต่างเร่งทำความสะอาด แต่ยังไม่เอากระสอบทรายที่กันไว้ออก ชาวบ้านออกมาค้าขายกันตามปกติ เริ่มมีอาหารเพิ่มขึ้น ในภาพร่วมไม่น่าเป็นห่วง ส่วนที่ศูนย์อพยพ เทศบาลประชาชน3พันคน ชาวแหลมตะลุมพุก ปิดศูนย์หลังผู้อพยพกลับเข้าบ้าน
ชาวบ้านบางส่วนเริ่มซ่อมเเซมบ้าน ขณะที่กระเบื้องในพื้นที่นครศรีธรรมราช ขาดตลาดต้องข่นส่งมาจากกื้นที่ต่างๆ ซึ่งคาดว่าวันพรุ่งนี้น่าจะมีกระเบื้องเพื่อนำมาซ่อมแซมบ้านเรือของตัวเอง
ส่วนที่เเหลมตะลุมพุก หลังจากกลับบ้านคืนแรกไม่มีไฟฟ้าใช้ เนื่องจากเสาไฟหักโค่นหลายต้น ซึ่งการไฟฟ้ากำลังเร่วกู้ ชณะที่ชาวบ้านกำลังทำความสะอาดคราบดินโคลน เร่งซ่อมเเซมหลังคาบ้าน สำรวจความเสียหายเครื่องมือประมงในการประอาชีพ
จ.นครศรีธรรมราช ประสบภัยหนักที่สุด มีทั้งสิ้น 28 อำเภอ หนักสุด คือ ปากพนัง หัวไทร ท่าศาลา ราษฎรได้รับผลกระทบ รวม 28 จว.179,868 ครัวเรือน 539,847 คน เสียชีวิต 2 ราย (อ.ปากพนัง สาเหตุจมนํ้าเสียชีวิต)
วันพร่งนี้นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาที่อำเภอปากพนัง ซึ่งทางจังหวัดได้แจ้งกับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะชาวแหลมตะลุมพุก และ ในเขตเมืองปากพนัง