เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย , กอ.รมน.จังหวัด , ตำรวจ , เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการประจำพื้นที่ รวมตัวกันในนาม "ชุดดำรงธรรมเคลื่อนที่" ลงไปพบปะกับชาวบ้านในแต่ละตำบลด้วยความถี่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อรับเรื่องร้องเรียนแบบสายตรง ตามนโยบายเชิงรุก เดินเข้าหาประชาชนของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.
ในช่วงใกล้เลือกตั้งตามโรดแมพของรัฐบาลเช่นนี้ "ชุดดำรงธรรมเคลื่อนที่" จึงเพิ่มภารกิจการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้งด้วย พร้อมประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือ กกต.จังหวัด มาร่วมให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน
การให้ความรู้โดย กกต.จังหวัด จะเน้นความละเอียด มีภาพประกอบ และลงลึกมากกว่าข้อมูลของชุดดำรงธรรมเคลื่อนที่ ซึ่งง่ายต่อการทำความเข้าใจ เริ่มจากเรื่องของบัตรลงคะแนนที่มีการเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมที่มี "บัตร 2 ใบ" มาเป็น "บัตรใบเดียว" มีการแนะนำให้โหลดแอพพลิเคชั่นของ กกต.เพื่อตรวจสอบสิทธิ์ต่างๆ รวมถึง "แอพฯตาสัปปะรด" สำหรับแจ้งข้อมูลการทุจริตเลือกตั้ง โดยเจ้าหน้าที่ย้ำว่า ทุกเบาะแสจะถูกเก็บเป็นความลับ
และก็มาถึงประเด็นสำคัญที่ กกต.ต้องขอความร่วมมือจากประชาชน ก็คือเรื่องของการป้องกันวงจรอุบาทว์เรื่องการซื้อเสียง เพราะถ้าแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ ก็จะทำให้ได้ผู้แทนที่ดีเข้าไปทำงาน พร้อมเตือนประชาชน อย่ารับเงินจากการซื้อเสียง หรือเรียกง่ายๆ ว่า "ขายเสียง" เพราะถึงแม้จะไม่ลงคะแนนเลือกคนที่แจกเงิน แต่ตามกฎหมายใหม่ ผู้รับเงินก็มีความผิด ถึงขั้นติดคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท
การลงพื้นที่ของ "กกต.จังหวัด" และ "ชุดดำรงธรรมเคลื่อนที่" ทำให้ทราบข้อมูลว่า ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมากน้อยแค่ไหน หากยังขาดตกบกพร่องในส่วนใด จะได้มีการเพิ่มเติมข้อมูลอย่างทันท่วงที เพราะอีกไม่เกิน 3 เดือนข้างหน้านี้ คนไทยก็จะหย่อนบัตรกันแล้ว...