พ่อค้าส้มตำร้องดีเอสไอพบคู่กรณีเสนอ 1 ล้านปั้นพยานเท็จ
06 พ.ย. 2561 | teerawat_cha

พ่อค้าส้มตำ เหยื่อตำรวจพญาไท ยัดข้อหา ควงทนายความร้องดีเอสไอ ชี้พฤติกรรมคู่กรณีที่เป็นตำรวจพยายามสร้างพยานหลักฐานเท็จ ด้วยการเสนอเงินให้พยานถึง 1 ล้านบาท
ข่าว
06 พ.ย. 2561 | teerawat_cha

พ่อค้าส้มตำ เหยื่อตำรวจพญาไท ยัดข้อหา ควงทนายความร้องดีเอสไอ ชี้พฤติกรรมคู่กรณีที่เป็นตำรวจพยายามสร้างพยานหลักฐานเท็จ ด้วยการเสนอเงินให้พยานถึง 1 ล้านบาท
(6 พ.ย.) นายศักดิ์ชัย แน่นอุดร พ่อค้าขายส้มตำที่กล่าวหาตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ยัดยา ยัดข้อหาและกรรโชกทรัพย์เงิน 5 หมื่นบาท พร้อมทนายความ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ยื่นคำร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ หลังมีพยานเพิ่มเติม ที่ยืนยันถึงพฤติกรรมของคู่กรณีที่เป็นตำรวจ พยายามสร้างพยานหลักฐานเท็จ ด้วยการเสนอเงินให้พยานถึง 1 ล้านบาท
คดีนี้ผู้ต้องหาเป็นตำรวจ สน.พญาไท คณะกรรมการสอบสวนและทำสำนวนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ไปแล้วเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา จากนั้นวันที่ 22 ตุลาคม นายศักดิ์ชัย ได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้เรียกวัตถุพยานชิ้นสำคัญ ซึ่งในชั้นสอบสวนผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในสมัยนั้น ไม่มีคำสั่งให้อายัดวัตถุพยานชิ้นนั้น และวันนี้ (6 พ.ย.) เข้าร้องเรียนต่อดีเอสไอ เพื่อให้รับเป็นคดีพิเศษ
นายศักดิ์ชัย เปิดเผยว่า อยู่ระหว่าง การดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหาย 1-5 ล้านบาทจากกรณีที่ถูกตำรวจสืบ 1 มีพฤติกรรม คุกคาม จนทำให้เกิดความหวาดกลัวไม่สามารถเปิดร้านขายส้มตำได้ 2-3 เดือนและกระทบกระเทือนต่อจิตใจรวมถึงการใช้ชีวิตประจำวัน
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ ระบุว่าหลังจากรับคำร้องจะมีการพิจารณาข้อมูลตามคำร้อง ทั้งในประเด็นของการเรียกสอบพยาน และการเรียกวัตถุพยาน ว่าดีเอสไอ สามารถดำเนินการตามคำร้องได้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ได้หรือไม่ เนื่องจากได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับการทำคดีไม่ให้ทับซ้อนกัน